svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เตือน! วิกฤต "สมาคมฌาปนกิจฯ" เสี่ยง "ล้มเป็นโดมิโน" หลัง "ขาดโปร่งใสบริหารเงิน–เข้าสู่สังคมสูงวัย-คนส่งเงินน้อย-คนตายพุ่ง"

22 ก.พ. 2569

เตือน! วิกฤต "สมาคมฌาปนกิจฯ" เสี่ยง "ล้มเป็นโดมิโน" หลัง "ขาดโปร่งใสบริหารเงิน–เข้าสู่สังคมสูงวัย-คนส่งเงินน้อย-คนตายพุ่ง"

22 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ปม "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" ว่า
 

 

เตือน! วิกฤต "สมาคมฌาปนกิจฯ" เสี่ยง "ล้มเป็นโดมิโน" หลัง "ขาดโปร่งใสบริหารเงิน–เข้าสู่สังคมสูงวัย-คนส่งเงินน้อย-คนตายพุ่ง" รศ.ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน

 

ภายหลังมีการยุบเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 10 แห่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ทั้งหมด 3,839 แห่ง จะยุบเลิกเป็นโดมิโนต่อๆ กัน เนื่องจาก

 


เตือน! วิกฤต "สมาคมฌาปนกิจฯ" เสี่ยง "ล้มเป็นโดมิโน" หลัง "ขาดโปร่งใสบริหารเงิน–เข้าสู่สังคมสูงวัย-คนส่งเงินน้อย-คนตายพุ่ง"

 

 

 

1. สมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งอื่นๆ เกิดความตื่นตระหนก หรือรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าจนไม่ส่งเงินต่อ

2. ประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนหรือเงินของสมาชิกแต่ละแห่ง

3. โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากอัตราเด็กเกิดน้อย และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ยังอยู่ต่อไปได้ และเป็นรูปแบบสวัสดิการที่ยังมีความสำคัญกับประเทศไทยด้วย 


เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีสวัสดิการอยู่ 3 ระดับ คือ

 

 

1. การซื้อด้วยเงินของตัวเอง

2. สวัสดิการที่รัฐจัดมาบริการให้

3. สวัสดิการชุมชน ซึ่งในส่วนของสวัสดิการชุมชนนั้นจะเป็นส่วนที่จะรองรับคนที่ตกหล่นจาก 2 ระดับแรกไว้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการปรับรูปแบบการบริหารจัดการให้สอดรับกับสภาพสังคมและความเป็นจริง


ในเรื่องความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหาร พบว่าบางแห่งมีการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นการออมเงิน จนมีประชาชนเข้าใจผิดคิดว่ามีดอกเบี้ย หรือพบผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุนสุ่มเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) หรือการนำเงินของสมาชิกไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ 

บางแห่งไม่ได้มีการกันเงินสำรองไว้ (Buffer) สำหรับกรณีฉุกเฉินที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

ขณะที่ปัจจุบันอัตราการเกิดน้อยที่ต่ำ วัยแรงงานและประชากรลดน้อยลง จำนวนผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้ประชากรมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่จะเกิดการยุบเลิกเป็นโดมิโนต่อๆ กัน

 

 

รศ.ดร.อัจฉรา ชี้ว่า สิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ มีด้วยกันอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ

 

1. ภาครัฐต้องมีการตั้งองค์กรอิสระ เพื่อกำกับควบคุมการบริหารจัดการสมาคมให้มีมาตรฐาน และมีธรรมาภิบาล ผ่านการออกกฎหมาย หรือประกาศออกมา

 

เหมือนกับกรณีของประกันชีวิตที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีการออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เช่น จะต้องมีทุนสำรองจำนวนเท่าไหร่ หรือมีการกันเงินขนาดไหน มีการคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอีก 20 – 30 ปีข้างหน้า ฯลฯ

ทั้งนี้ องค์กรอิสระดังกล่าวอาจมีการสร้างตัวชี้วัด (indicator) ในการตรวจวัดสถานะและประสิทธิภาพการบริหารของกองทุน หรือสมาคมฌาปนกิจฯ จากนั้นก็ให้การรับรองว่าอยู่ในระดับไหน พร้อมกับทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเหล่านั้น เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้สถานะของกองทุน หรือคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกได้มีความมั่นใจ รวมถึงหากมีระดับที่น่าเป็นห่วงก็มีการแนะนำในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับบริษัทประกันที่มีระดับ A หรือระดับ AA

 

2. รัฐควรสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคม หรือกองทุนในพื้นที่

 

เพื่อให้เกิดการประสานงานทรัพยากรกับเครือข่ายอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะบางพื้นที่มีจำนวนสมาชิกไม่มาก ทำให้การบริหารอาจจะต้องทำรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะมีเงินไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ ซึ่งการสร้างเครือข่ายยังจะช่วยเพิ่มกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกันได้ด้วยอีกส่วน

นั่นเพราะ ที่ผ่านมาระบบเหล่านี้ทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) เพราะท้องถิ่นก็จะขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ส่วนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ขึ้นกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และไม่เคยคุยหรือประสานงานกัน เพื่อที่ส่วนหนึ่งจะได้รู้ด้วยว่าปัญหาในพื้นที่จริงๆ คืออะไร และนำไปสู่การแก้ไข หรือหาทางออกร่วมกันให้กับพื้นที่ 

 

 

“สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีการสั่งยุบเลิกไป 10 แห่งตามข่าวนั้น ตามกฎหมายแล้วตัวเงินสามารถคืนให้กับสมาชิกได้ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบการเฉลี่ยจ่ายให้ แต่จะเป็นการโอนให้กับสมาคม หรือกองทุนอื่นๆ เพื่อให้ดำเนินการต่อแทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่สมาคมที่เป็นสมาชิกด้วยว่ามีการเก็บเงินแบบไหน เช่น เก็บเงินเฉพาะเมื่อมีผู้เสียชีวิตเป็นรายครั้งแบบไม่มีการกันเงินเอาไว้ กรณีนี้จะไม่สามารถรับเงินคืนได้ แต่ยังสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกอื่นๆ ได้อยู่” รศ.ดร.อัจฉรา ระบุ

 

เตือน! วิกฤต "สมาคมฌาปนกิจฯ" เสี่ยง "ล้มเป็นโดมิโน" หลัง "ขาดโปร่งใสบริหารเงิน–เข้าสู่สังคมสูงวัย-คนส่งเงินน้อย-คนตายพุ่ง"
 

 

ภาพและข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์