svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สารวัตรแจ๊ะ เชิดสิงโต งับหัวขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” (คลิป)

19 ก.พ. 2569

สารวัตรแจ๊ะ - ทีมสืบ ปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต รวบ “โจ้โจ้โจรย่องเบา” บุคคลไร้ทะเบียนราษฎร์ กลางงานวัด ก่อคดีโชกโชน (คลิป)

19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569  พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ,พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 , พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น ,พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.(สารวัตรแจ๊ะ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.ประชาชื่น ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน ได้ที่ วัดคลองตาคล้าย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อค่ำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

 

โดย โจโจ้ มีประวัติ ต้องคดี 9 คดี ประกอบด้วย

 

1.วันที่ 23 เม.ย. 62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.ประชาชื่น

 

2.วันที่ 10 มิ.ย. 62 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.สายไหม

สารวัตรแจ๊ะ เชิดสิงโต งับหัวขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” (คลิป)

 

3.วันที่ 13 ก.ค. 64 ก่อเหตุ “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ภ.จว.นนทบุรี

 

4.วันที่ 9 พ.ค. 64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น

 

5.วันที่ 7 มิ.ย. 64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น

 

6.วันที่ 1 ม.ค. 68 ก่อเหตุ “ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถาน” พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี

 

7.วันที่ 4 ก.พ. 69 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” บุกเข้าบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. พื้นที่ สน.ประชาชื่น

 

8.วันที่ 5 ก.พ. 69 ก่อเหตุ บุกเข้าไปในบ้าน ผกก.อีกครั้ง พื้นที่ สน.ประชาชื่น

 

9.วันที่ 7 ก.พ. 69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.คนเดิม อีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 พื้นที่ สน.ประชาชื่น

สารวัตรแจ๊ะ เชิดสิงโต งับหัวขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” (คลิป)

 

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 เวลา 22.00 น. ณ บ้านริมถนนประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก , พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะภาย จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนีโดยระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถนนประชาชื่น แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวมการก่อเหตุทั้ง 3 ครั้งได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

 

ทั้งนี้การสืบสวนค่อนข้างยากเนื่องจากคนร้ายเป็น “คนเถื่อน” อยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติด สถานะไร้ตัวตน  ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลางนานเกือบสัปดาห์ กระทั่งพบพระเครื่องจนทราบผู้ขายฉายา “โจโจ้” ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง นนทบุรี กระทั่งทีมสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไป ทำให้คลาดกับทีมสืบสวนกว่า 3 ครั้ง

 

พล.ต.ต.ธีรเดช จึงวางแผนการจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยล เพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยมิให้รู้ตัว กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. 69 ชุดสืบสวนสืบทราบว่าคนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปีที่วัดเพื่อสังเกตการณ์

 

สารวัตรแจ๊ะ เชิดสิงโต งับหัวขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” (คลิป)

 

กระทั่งช่วงค่ำ ทีมสืบสวนได้ไล่ตรวจสอบใบหน้าบุคคลภายในวัด พบกับชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด ทีมสืบสวนในบทบาทคณะสิงโตจึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย จนประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมรวบจับคนร้ายได้ในที่สุด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการงุนงง

 

ทั้งนี้ผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากครอบครัวไม่ได้ไปแจ้งเกิด ใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดี และขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป

 

ในชั้นจับกุม นายโจโจ้ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ชีวิตตนนั้นเริ่มพเนจรหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี เพราะตอนนั้นติดดมกาว และน้อยใจแม่มีสามีใหม่ ชีวิตเติบโตมาในมุมมืด ไม่ได้เรียนหนังสือ อยากสมัครงานแต่ก็สมัครไม่ได้เพราะเป็นคนไม่มีบัตรประชาชน

 

สารวัตรแจ๊ะ เชิดสิงโต งับหัวขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” (คลิป)

 

ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุลักทรัพย์บ้าน ผกก.นั้น เอาไปขายหมดแล้ว โดยขายไปในราคาถูก ที่ตนไปก่อเหตุ เพราะเกิดจากอาการดีดยาม้า หลังจากเสพเข้าไป 3 เม็ด และที่ชอบวิ่งหนีเพราะเป็นคนขี้ระแวง พื้นฐานเป็นคนเสพยาเสพติดเป็นประจำ โดยที่ตนก่อเหตุเพื่อจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และนำไปเล่นการพนัน  ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิดนั้น ไม่ได้เยาะเย้ย แต่เพราะวิ่งหนีแล้วเหนื่อย โดยที่มางานวัดวันนี้ได้นัดหมายกับเพื่อนเพื่อจะมาเสพยาที่หลังวัด โดยไม่ทราบว่าตำรวจจะมาหาเจอ และคาดไม่ถึงจริงๆว่าตำรวจจะปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตตกใจมาก หลังพ้นโทษอยากขอความเมตตาให้ตำรวจพาไปทำบัตรประชาชน ให้ตนเองมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ อยากสมัครงาน สัญญาว่าหากออกมาครั้งนี้แล้ว ถ้าทำอีกยอมให้ตำรวจซ้ำได้เลย

 

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีลักทรัพย์ตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำหนิรูปพรรณคนร้ายรายนี้ มีส่วนสูงประมาณ 168 ซม. ผิวดำแดง รูปร่างสมส่วน หากประชาชนผู้ใดเคยพบหรือเคยประสบเหตุจากคนร้ายรายนี้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่มีข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ ที่ผ่านมาอาจทำให้ข้อมูลการสืบสวนไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือนำตัวมาดำเนินคดีได้ คนร้ายรายนี้ เห็นได้ชัดว่าต้นเหตุจากการเสพยาเสพติดนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการจับกุมเม็ดยา แต่เรายังมุ่งเน้นแก้ปัญหายาเสพติดในทุกๆ มิติด้วย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.

 

คลิปนาทีสารวัตรแจ๊ะเชิดสิงโตจับผู้ต้องหา