svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

วธ.เร่งบูรณะ “ตาควาย” – ลุยขึ้นทะเบียนทุกปราสาทชายแดนกัมพูชา

07 ก.พ. 2569

กระทรวงวัฒนธรรม เร่งบูรณะฟื้นฟูปราสาท “ตาควาย”-ลุยขึ้นทะเบียนทุกปราสาทชายแดนไทยกัมพูชา "ซาบีดา" ลั่น! ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย

7 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังจากเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วง ขอให้ กระทรวงวัฒนธรรมของไทย หยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะซ่อมแซมปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนธมรวมถึงโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยอ้างว่า เป็นของกัมพูชา ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากรได้จัดงานแถลงข่าว ยืนยันเดินหน้าบูรณะซ่อมแซมกลุ่มปราสาทตามแนวชายแดน มี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานแถลงข่าว มีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานร่วมบูรณาการด้านความมั่นคงของชาติ เข้าร่วมฯ 
 

วธ.เร่งบูรณะ “ตาควาย” – ลุยขึ้นทะเบียนทุกปราสาทชายแดนกัมพูชา
 

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทย หยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างว่าเป็นของกัมพูชานั้น กระทรวงวัฒนธรรมขอชี้แจงว่า ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย ทั้งนี้ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และรัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการบูรณะ ระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2539 จนสามารถบูรณะปราสาทประธานแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยปราศจากการทักท้วง หรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา
 

สำหรับปราสาทตาควาย เป็นโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 – 2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน ซึ่งขณะดำเนินการสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรยืนยันได้ว่า ไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพในเวลานั้น ตัวปราสาทตาควายยังมีความสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณในการบูรณะ แต่ได้บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน 
 

วธ.เร่งบูรณะ “ตาควาย” – ลุยขึ้นทะเบียนทุกปราสาทชายแดนกัมพูชา

 

เหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชา ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่น หรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน
 

ทางกระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากร ทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ อันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้ผลจากการสำรวจพบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างของตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ซึ่งมีผลจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร โดยไม่คำนึงถึงหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับร่วมกัน ทำให้โบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม ที่สำคัญของมวลมนุษยชาติต้องถูกทำลายลง
 

ทั้งนี้ฝ่ายไทยยังคงยืนยันถึงความจำเป็น และความชอบธรรมในการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน ที่มีสถานะเป็นโบราณสถานของไทย และตั้งอยู่บนดินแดนของประเทศไทย
 

ส่วนที่มีคำถามว่า ปราสาทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินไทยอย่างชัดเจน มีกี่ปราสาทที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ปรากฏว่ายังไม่มีความชัดเจนจากการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพราะสำนักศิลปากรที่ 10 ลงพื้นที่ไปสำรวจ และต้องฝ่าดงระเบิดเข้าไป แต่มีข้อมูลก่อนหน้านี้ที่รวบรวมไว้ ยืนยันว่า มีปราสาทตามแนวชายแดน และโบราณสถานที่ไทยจะขึ้นทะเบียนอีกราวๆ 30 แห่ง 
 

วธ.เร่งบูรณะ “ตาควาย” – ลุยขึ้นทะเบียนทุกปราสาทชายแดนกัมพูชา