สำหรับ “บัญชีม้านิติบุคคล” ถูกนำเข้ามาใช้ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก และถูกนำไปใช้หลอกลวงประเภทหลอกให้ลงทุน ส่งผลให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะมั่นใจว่าเป็นบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ เกิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงขึ้น อีกทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังได้ใช้ประโยชน์ในการขยายวงเงินการทำธุรกรรมที่สูงขึ้น และไม่ต้องสแกนหน้าเพื่อยืนยันตัวตนก่อนการโอน ทำให้การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการฟอกเงินกระทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งกว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวก็ไม่สามารถติดตามอายัดเงินได้ทันแล้ว
จากข้อมูลดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีการประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์กันอย่างต่อเนื่องนั้น จึงได้เร่งหารือร่วมกันเพื่อหามาตรการจัดการกับขบวนการดังกล่าวทันที
โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นปัญหา “นอมินี” และ “บัญชีม้านิติบุคคล” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยออกคำสั่งและประกาศชุดใหม่รวม 6 ฉบับ (4 คำสั่ง 2 ประกาศ) ทั้งการแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน, การยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือน, การแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน, การจดใช้ที่ตั้งซ้ำ ๆ กัน, การกำหนดบุคคลที่สามารถรับรองลายมือชื่อใหม่ และบุคคลที่จะเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ ต้องลงทะเบียนกับ DBD เท่านั้น เป็นต้น ส่งผลให้สถิติการใช้บัญชีม้านิติบุคคลลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นการตัดวงจรการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเห็นผลอย่างชัดเจน