ถล่ม - ล้ม - พัง : “นายกก่อสร้าง” ชำแหละ 4 ต้นตอ จี้วาระชาติรื้อก่อสร้างทั้งระบบ
16 ม.ค. 2569
ถล่ม - ล้ม - พัง : นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชำแหละ 4 ต้นตอ!! จี้ประกาศ “วาระแห่งชาติ” รื้อก่อสร้างทั้งระบบ
ข่าว
16 ม.ค. 2569
ถล่ม - ล้ม - พัง : นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ชำแหละ 4 ต้นตอ!! จี้ประกาศ “วาระแห่งชาติ” รื้อก่อสร้างทั้งระบบ
16 มกราคม 2569 น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” เกี่ยวกับปัญหาในแวดวงก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ที่เกิดอุบัติเหตุ และวินาศภัยครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่น่าเชื่อ โดยชี้ว่าเป็นปัญหา “เชิงโครงสร้าง” ซึ่งมีต้นตอมาจากหลากหลายด้าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนเอง และกฎหมาย กฎระเบียบที่ใช้บังคับ
“ข่าวข้นคนข่าว” สรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
1. สาเหตุที่โครงการขนาดใหญ่มีปัญหาถล่ม หรือพัง หรือทรุดตัว จนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินบ่อยครั้ง เกินกว่าจะยอมรับได้
- เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ซึ่งสะสมมานาน โดยเฉพาะงานภาครัฐ ที่เน้นเพียงการทำให้ได้สัญญา และทำราคาให้ต่ำที่สุด
- ระบบราคากลาง ซึ่งนำมาสู่ราคาประมูล หรือการประกวดราคา ซึ่งสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบราคาก่อสร้างโครงการเมื่อ 15-20 ปีก่อน ราคาประมูลในปัจจุบันแทบไม่ต่างจากเดิม ทั้งที่ค่าแรง ค่าวัสดุ และความยากของงานเพิ่มขึ้นมาก เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อรัฐกำหนดราคาใกล้เคียงเดิม ทำให้ผู้รับเหมาต้องลดคุณภาพหรือมาตรการความปลอดภัยเพื่อความอยู่รอด
2. ปัญหาการประมูลงานภาครัฐที่เน้น "ราคาต่ำ" เป็นเกณฑ์สำคัญที่สุดในการเลือกผู้รับจ้าง
- เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเหมือนกัน กล่าวคือภาครัฐมักเลือกผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด เพราะกลัวการถูกตรวจสอบหากเลือกรายที่ราคาสูงกว่า
- ทำให้เกิดคำถามว่า หากราคากลางที่รัฐคำนวณมาคือ 100 บาท แต่มีคนฟันราคาเหลือ 70 บาท ส่วนต่าง 30 บาทที่หายไปนั้น หายไปไหน แต่ที่แน่ๆ คือกระทบต่อคุณภาพงานและความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. การขาดมาตรฐานควบคุมผู้รับเหมา ทั้งรายย่อย และบริษัทต่างชาติ
- น.ส.ลิซ่า สะท้อนว่า ในประเทศไทย ใครก็เป็นผู้รับเหมาได้ เพราะไม่มีระบบใบอนุญาต หรือ License สำหรับการประกอบธุรกิจก่อสร้าง ไม่ว่าใครก็สามารถไปจดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์ และเป็นผู้รับเหมาได้ทันที โดยไม่มีเงื่อนไขด้านจำนวนวิศวกร หรือมาตรฐานความปลอดภัย
- อีกด้านหนึ่ง ไทยก็เป็นประเทศที่เปิดเสรีที่สุดในเอเชียสำหรับงานก่อสร้าง ไม่มีหลักเกณฑ์คัดกรองคุณสมบัติผู้รับเหมาต่างชาติ เช่น ประวัติความปลอดภัย หรือสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน เข้ามาในไทยแล้วต้องมีสำนักงานหรือไม่ ทำให้บางรายเข้ามาในลักษณะ “ใช้นอมินี" และเมื่อเกิดปัญหา วิศวกรต่างชาติสามารถหนีออกนอกประเทศได้ง่าย เหมือนที่มีข่าว “เก็บกระเป๋าหนีกันสบาย” ต่างจากวิศวกรไทยที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายตลอดชีวิต
4. ปัญหาสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
- น.ส.ลิซ่า สะท้อนปัญหาว่า สัญญาโครงการก่อสร้างภาครัฐมักไม่เป็นธรรมต่อเอกชนผู้รับเหมา และเป็นสัญญาทางปกครอง เช่น เมื่อรัฐส่งมอบพื้นที่ล่าช้าหลายปี ผู้รับเหมาไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ และต้องทำงานในราคาเดิมแม้ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นแล้วก็ตาม
- มีปัญหาข้อกฎหมายที่ขัดกันเอง เช่น กฎหมายผังเมืองกับมาตรฐานการตั้งแพลนท์คอนกรีต ทำให้บริหารจัดการงานได้ยาก
จากปัญหาทั้งหมด น.ส.ลิซ่า ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ จึงเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาล และทุกพรรคการเมือง ประกาศเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี และจ้างงานหลายแสนชีวิต
ฉะนั้นต้อง "รื้อปัญหาทั้งระบบ" อย่างจริงจัง และทำต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้มีหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระเพื่อกำกับดูแลมาตรฐาน ออกใบอนุญาตผู้รับเหมา และส่งเสริมผู้รับเหมาที่ทำดี ไม่ใช่เน้นแต่การลงโทษคนผิด แต่คนดีไม่ได้อะไร แถมถูกตรวจสอบเข้ม จนแบกต้นทุนไม่ไหว ทั้งหมดนี้เพื่อให้อุตสาหกรรมมีความเป็นมืออาชีพและปลอดภัยต่อชีวิตประชาชน
