สรุปวอด 22 ลำ! ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งเช็กวงจรปิดปมไฟไหม้สปีดโบ๊ทอ่าวฉลอง
07 ม.ค. 2569
อัปเดตไฟไหม้สปีดโบ๊ทอ่าวฉลอง! ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด สรุปเรือวอด 22 ลำ จาก 3 ผู้ประกอบการเสียหายนับร้อยล้าน รับทริปล่มนักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ
ข่าว
07 ม.ค. 2569
อัปเดตไฟไหม้สปีดโบ๊ทอ่าวฉลอง! ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด สรุปเรือวอด 22 ลำ จาก 3 ผู้ประกอบการเสียหายนับร้อยล้าน รับทริปล่มนักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ
7 มกราคม 2569 จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของเช้าวันนี้ (7 ม.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท บริเวณท่าเทียบเรือฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มีเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหายหลายลำ
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากจังหวัดได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ทลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ทลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ในเบื้องต้น กว่า 20 ลำ
ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทันที
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ทางสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด
ทั้งนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต,นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต,นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต,นายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ
ทั้งนี้ จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ กว่า 20 ลำ ขณะที่ในช่วงสาย เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ผู้สื่อข่าวสอบถาม เจ้าของเรือรายหนึ่งที่ ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท กล่าวว่าเรือสปีดโบ๊ทของตนได้รับความเสียหาย 3 ลำ มูลค่าเรือลำใหญ่ลำละ 5 ล้าน ปกติตนทำทริปเกาะราชา-เกาะเฮ วันนี้มีนักท่องเที่ยวจองมาเต็มแต่ว่าตนไม่สามารถพาลูกค้าออกเที่ยวได้จึงแจ้งยกเลิกลูกค้า ซึ่งวันนี้มีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 กว่าคน ความเสียหายเยอะมาก
ขณะที่ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ หนูผึ้ง นวท.(สบ 4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือ บริเวณอ่าวฉลอง
โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลฉลอง ได้นำเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการกู้ซากเรือขึ้นจากพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบซากเรือสปีดโบ๊ทได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ จำนวน 22 ลำ
ขณะที่การสอบสวนผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากเครื่องยนต์ของเรือสปีดโบ๊ทลำหนึ่ง ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามไปยังเรือลำอื่น ๆ ซึ่งจอดเรียงรายชิดกันเป็นแถวบริเวณริมหาดอ่าวฉลอง ต่อมาผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าเรือพบเห็นเหตุการณ์ จึงรีบตัดเชือกเรือลำอื่นออกเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวมีลมพัดแรง ส่งผลให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว คนเฝ้าเรือจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ แต่การปฏิบัติเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเรือดับเพลิงไม่สามารถเข้าประชิดจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากระดับน้ำลด
ส่วนบนฝั่ง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลตำบลฉลอง และเทศบาลตำบลราไวย์ ได้ระดมกำลังฉีดน้ำจากฝั่งไปยังเรือที่เกิดเพลิงไหม้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว
สำหรับเรือที่ถูกไฟไหม้ จำนวน 22 ลำ จาก 3 ผู้ประกอบการ เบื้องต้น ตำรวจได้เปิดศูนย์รับแจ้ง ณ ที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรฉลอง ส่วนเรื่องของประกันภัย ทางประกันติดต่อมาแล้วว่าเรือลำไหนมีประกันประเภทใดบ้าง
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต บอกว่าเบื้องต้นได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบยังไม่มีพบสิ่งผิดปกติใด ๆ เรามีพยาน ที่ครั้งแรกเข้าไปช่วยเหลือ ตอนนี้รอสอบปากคำอยู่ ส่วนผลการพิสูจน์ รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสรุปอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆ ทั้งสิ้น อาจจะเป็นได้หลายประเด็น ตอนนี้รอพิสูจน์หลักฐาน พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายว่า ทางสถานีตำรวจภูธรฉลอง ได้ตั้งศูนย์บริเวณศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยสามารถไปที่ สภ.ฉลอง ให้กับผู้เสียหายในวันนี้ ไปแจ้งในเบื้องต้นก่อนได้
