“บิ๊กเล็ก” ส่ง รองเสธ.ทหาร ร่วมถก รมว.กต.อาเซียน ปมไทย-กัมพูชา
19 ธ.ค. 2568

“บิ๊กเล็ก” ร่วมงานพลังทหารผ่านศึก ส่งกำลังใจทหารชายแดน พร้อมเผย ส่ง รองเสธ.ทหาร ร่วมถก รมว.กต.อาเซียน ย้ำไทยหยุดยิง หากกัมพูชาสิ้นปฏิปักษ์ชัดเจน
ข่าว
19 ธ.ค. 2568

“บิ๊กเล็ก” ร่วมงานพลังทหารผ่านศึก ส่งกำลังใจทหารชายแดน พร้อมเผย ส่ง รองเสธ.ทหาร ร่วมถก รมว.กต.อาเซียน ย้ำไทยหยุดยิง หากกัมพูชาสิ้นปฏิปักษ์ชัดเจน
19 ธันวาคม 2568 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จัดกิจกรรมรวมพลทหารผ่านศึก ตามโครงการ “พลังทหารผ่านศึกเพื่อแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพลังความสามัคคีของกลุ่มพี่น้องเพื่อนนักรบไทยทุกหมู่เหล่า ให้เป็นแบบอย่างอันดีแก่ประชาชนทุกภาคส่วน ในยามที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยจากการสู้รบ
ในการนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือบิ๊กเล็ก กล่าวให้การต้อนรับกลุ่มพี่น้องเพื่อนนักรบไทยทุกหมู่เหล่า ว่า ในนามของรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และข้าราชการทหารที่ประจำการอยู่ รู้สึกซาบซึ้ง และขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้แทนพี่น้องทหารผ่านศึกจากทุกภาคทั่วประเทศได้มารวมตัวกัน เพื่อแสดงความสามัคคีและเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทหารหาญที่กำลังปฎิบัติภารกิจป้องกันประเทศ และปกป้องอธิปไตยจากการรุกรานของกองทัพกัมพูชาอยู่ ณ ขณะนี้
สำหรับการปฏิบัติการรบไทย-กัมพูชา ครั้งนี้ เราต่างรู้ดีว่าเป็นการรบที่รุนแรงตลอดแนว และมีความยากลำบาก แต่ทหารไทยของเราก็สามารถยึดคืนจุดยุทธศาสตร์สำคัญตลอดแนวชายแดน และสามารถทำลายขีดความสามารถของกองทัพกัมพูชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผมขอยืนยันว่า การปฏิบัติการรบของน้องๆทหารแนวหน้าทุกเหล่าทัพ ที่ยืนหยัดต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ กระทั่งทหารหลายนายต้องสละเลือดเนื้อและอวัยวะ ต้องสละชีวิตภายใต้ความมุ่งมั่นตั้งใจเดียวกัน คือ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย และปกป้องประชาชนคนไทยที่อยู่เบื้องหลัง ศรัทธาที่ตั้งมั่นนี้ ล้วนเป็นสิ่งเดียวกันกับพี่น้องทหารผ่านศึกทุกท่านได้เคยทำไว้ให้กับประเทศชาติของเราเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าวันนี้ท่านจะไม่ได้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรบแล้วก็ตาม แต่ทุกท่านยังคงสามารถทำหน้าที่ทหารผ่านศึกและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติได้”
พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะช่วยเป็นหูเป็นตา ปฏิบัติภารกิจในด้านข่าวสาร สอดส่องค้นหาสายลับ และแหล่งข่าวของฝ่ายตรงข้าม แล้วแจ้งให้หน่วยทหารในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมถึงการขอให้ท่านสนับสนุนงานบริการสาธารณะตามที่ทางราชการร้องขอ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากสถานการณ์การรบในห้วงเวลานี้ ซึ่งอาจรวมถึงงานบรรเทาสาธารณะภายในพื้นที่ในโอกาสอื่นๆอีกด้วย
จากนั้น ทั้งหมดได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี
พล.อ.ณัฐพล ให้สัมภาษณ์ กรณีกัมพูชาอ้างว่ามีประชาชนเรือนแสนเรียกร้องสันติภาพไทย-กัมพูชา ว่า ไม่แน่ชัดว่า ภาพที่ปรากฏตัวเลขตามนั้นหรือไม่ เพราะดูแล้วไม่น่าจะถึง หากกัมพูชาต้องการหยุดยิงก็สามารถทำได้ทันที พร้อมถอนกำลังเผชิญหน้าออกจากพื้นที่ หากรัฐบาลกัมพูชาและมวลชนบอกว่าหยุดยิง ซึ่งแกนนำมวลชนก็คือคนในตระกูลฮุน แต่ขณะเดียวกันทหารหน้าแนวก็ยังมาก่อกวนอยู่ การเผชิญหน้าก็ยังคงอยู่ ต้องถามกลับว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร
“ขอย้ำว่าหากกัมพูชาต้องการหยุดยิง ก็ผลักกำลังออกไป แล้วค่อยมาเจรจากัน พร้อมย้ำว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องของ 2 ประเทศ อย่าไปคิดว่าต้องเป็นจีนหรือสหรัฐหรือประเทศไหน“
เมื่อถามว่า คาดหวังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นี้ที่มาเลเซีย กัมพูชาจะตอบรับ 3 ข้อเสนอหยุดยิงของไทยอย่างไร พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่า ฝ่ายไทยต้องการสันติภาพมาตั้งแต่ต้น และกัมพูชาก็รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ 2 ประเทศต้องคุยกัน ขณะเดียวกันขอบคุณประเทศต่างๆที่มีความปรารถนาดี ก็คิดเช่นเดียวกันว่า การประชุมวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ประเทศต่างๆ คงอยากให้ไทย-กัมพูชา หยุดยิง แล้วมาพูดคุยกัน แต่ประเทศเหล่านั้นต้องพูดคุยกับกัมพูชาด้วย เพราะฝ่ายที่เริ่มต้นคือกัมพูชา และเคลื่อนกำลังมาก่อน โดยประเทศมหาอำนาจก็มีดาวเทียม สามารถตรวจสอบได้ว่ากัมพูชาเคลื่อนกำลังมาก่อน ถ้าจะหยุดยิงถาวร สิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ อย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง กัมพูชาก็ต้องถอนกำลังออกไป พร้อมปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ฝ่ายไทยเสนอ ฝ่ายไทยก็พร้อมหยุดยิง เพื่อสู่กระบวนการสันติภาพ
“เราจะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ต่อเนื่อง และเปิดเผย หากครบองค์ประกอบ 3 ข้อนี้ ก็สามารถดำเนินต่อไปได้“
พล.อ.ณัฐพล ยังบอกด้วยว่า กระทรวงกลาโหม ได้มีการสนับสนุนหนุนข้อมูลให้กับกระทรวงต่างประเทศ เพื่อจะใช้ประกอบการหารือในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นี้ และมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนของกองทัพไทยร่วมคณะไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยระดับนโยบายกับกระทรวงต่างประเทศว่า ท่าทีของไทยในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ควรจะเป็นอย่างไร
ส่วนการปฏิบัติการทางอากาศ ในพื้นที่ปอยเปตนั้น พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่า ได้ให้หลักการชัดเจนหลีกเลี่ยงเป้าหมายพลเรือน การปฎิบัติการเช่นนี้ต้องได้รับการพิสูจน์ทราบว่าเป็นเป้าหมายทางทหารหรือพลเรือน ยืนยันว่ากองทัพไทยจะโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น เรามีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบได้ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาโจมตีโดยไม่ได้สนใจเป้าหมาย ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ข้อเท็จจริงตรงนี้สามารถยืนยันกับนานาชาติได้
พล.อ.ณัฐพล ยังรู้สึกแปลกใจที่นานาชาติบอกให้ประเทศไทยหยุดยิง และไม่มีประเทศไหนออกมาประณามกัมพูชา กรณีที่ทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาดถึง 7 นาย ซึ่งผิดอนุสัญญาออตตาวา
ข่าวล่าสุด