อ่วม! พนักงานบริษัทเอกชนกัมพูชา ถูกหักเงินเดือนช่วยทหาร
18 ธ.ค. 2568

สถานการณ์ในกัมพูชาหนักหน่วง ถึงขั้นรัฐบาลออกนโยบาย "ขอความร่วมมือ" จากบริษัทเอกชน ให้พนักงานสละเงินเดือนคนละ 5% ให้ทหารแนวหน้าและผู้อพยพหนีสงคราม
ข่าว
18 ธ.ค. 2568

สถานการณ์ในกัมพูชาหนักหน่วง ถึงขั้นรัฐบาลออกนโยบาย "ขอความร่วมมือ" จากบริษัทเอกชน ให้พนักงานสละเงินเดือนคนละ 5% ให้ทหารแนวหน้าและผู้อพยพหนีสงคราม
18 ธันวาคม 2568 จากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เริ่มตั้งแต่บ่ายวันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงวันนี้เป็นวันที่ 11 แล้ว
โดยที่ประชุมกัมพูชา มีรายงานว่า หลังจาก 2 ผู้นำกัมพูชา คือ นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ประกาศขอความร่วมมือบริษัทเอกชน ระดับเสาหลักต่างๆ ให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือทหารแนวหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการทำสงครามอยู่ชายแดน เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน และการมีส่วนร่วมร่วมกันระหว่างพนักงานบริษัทเอกชนกับทหาร ซึ่งต่างก็ได้ชื่อว่า เป็นประชาชนกัมพูชาเหมือนกัน
ปรากฎว่า ได้รับการตอบรับจากบริษัทเอกชนที่หักเงินเดือนพนักงาน 5% จากบัญชีเงินเดือนทันที และส่งตรงให้กับกองทุนช่วยเหลือทหารและผู้อพยพ ซึ่งมีบริษัท 3 แห่งแล้ว ที่ตอบรับคำขอ
สื่อกัมพูชา "เฟรช นิวส์" (FRESH NEWS) รายงานว่า สถาบันการเงินของกัมพูชาแห่งหนึ่ง ได้ขานรับข้อเรียกร้องด้วยการ "บริจาคเงิน 5% ของเงินเดือนพนักงาน" เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยระบุว่า ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้่ ความสามัคคีและความเมตตาได้เกิดขึ้นจากประชาชนชาวกัมพูชาวในทุกภาคส่วน และด้วยความสามัคคีนี้ พนักงานของธนาคารวิงได้ร่วมบริจาคเงินรวม 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (มากกว่า 6,200,000 บาท) ซึ่งถือเป็นเงินทุนส่วนตัวของพนักงานเหล่านี้
รายงานระบุด้วยว่า สถาบันการเงินดังกล่าว มีพนักงานรับเงินเดือนอยู่ราว 5,000 คน และได้หักเงินเดือน 5% เฉพาะของเดือนธันวาคม มอบให้กับกองทุนฯ โดยนับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่พนักงานได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินส่วนตัว นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนเมื่อกลางปี โดยการบริจาคครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน และครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนครอบครัวผู้ลี้ภัยที่ต้องการความช่วยเหลือ
รายงานระบุอีกว่า สองผู้นํากัมพูชาคาดหวังว่าบริษัทเอกชนชั้นนําจะเข้าร่วมมากกว่านี้ และสำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเงินหรือสิ่งของ สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์รับบริจาคที่จัดไว้ หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารใดก็ได้โดยการสแกน QR Code
ที่มา : "เฟรช นิวส์" (FRESH NEWS)
ข่าวล่าสุด