สำหรับวันนี้ ทีมกู้ภัยยังคงปฏิบัติภารกิจอพยพประชาชนที่ยังตกค้างอยู่ภายในพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมทำหน้าที่เป็นทีมเรือสำหรับเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ไม่สามารถออกมาด้วยตัวเอง โดยจะนำผู้บาดเจ็บส่งต่อให้รถพยาบาลด้านนอก ขณะนี้ยังมีประชาชนติดค้างอีกหลายหลังคาเรือน ซึ่งบริเวณด้านในยังคงมีระดับน้ำสูงประมาณ 2–3 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดลำคลอง คาดว่าสถานการณ์น้ำจะเริ่มลดลง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม
น.ส.ภาริชาติ สุขเกษม อายุ 55 ปี ชาวบ้านในชุมชนซอยในบ้าน เล่าว่า ตนอาศัยอยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่เกิด บ้านตั้งอยู่ติดลำคลองและเคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยครั้งที่หนักที่สุดคือ ช่วงที่เขื่อนพังในอดีต และครั้งนี้ถือว่าเป็นรอบที่หนักอีกครั้ง เนื่องจากน้ำเข้าท่วมบ้านถึงสองรอบภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
"บ้านของตนเป็นบ้านชั้นเดียว และอาศัยอยู่เพียงลำพังกับสุนัขจำนวน 36 ตัว ตนต้องเผชิญความอดอยากตั้งแต่วันที่น้ำเริ่มเข้าท่วม โดยต้องลอยคอออกจากบ้านพร้อมใส่เสื้อชูชีพเพื่อหาอาหารให้สุนัข แต่ร้านค้าในละแวกใกล้เคียงต่างปิดหมดตั้งแต่วันแรกที่น้ำท่วม อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวมาก ทำให้การออกไปหาของกินในระยะทางสั้น ๆ ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง"
เธอยอมสละสิ่งของและทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมด เพื่อยกพื้นที่ให้สูงที่สุดสำหรับให้สุนัขอาศัยอยู่ เมื่อวาน ( 25 พ.ย.2568 ) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เข้าไปช่วยเหลือ สามารถนำสุนัขตัวเล็กออกมาไว้ที่บ้านสองชั้นที่อยู่ติดกันได้บางส่วน แต่สุนัขตัวใหญ่ยังต้องอยู่ภายในบ้านชั้นเดียวตามเดิม
สถานการณ์ล่าสุด ระดับน้ำทรงตัวมาตั้งแต่ช่วงประมาณสามถึงสี่ทุ่มของเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ตนยังคงกังวลว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ เพราะฝนยังคงตกต่อเนื่อง ขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อพยพออกไปอยู่ด้านนอกกันหมดแล้ว เหลือตนเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในบ้าน
น.ส.ภาริชาติ ระบุว่า ตนไม่อยากอพยพออกมา แต่หากสามารถพาสุนัขทั้งหมดออกไปด้วยกันได้ ก็พร้อมจะย้ายออกจากพื้นที่ แต่หากไม่สามารถนำสุนัขออกมาได้ครบ ตนก็จะไม่ยอมอพยพ และจะอยู่ดูแลสุนัขต่อไป