ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาสถานการณ์ จังหวัดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งด่วน 80 เครื่อง ใน 68 จุดสำคัญ ครอบคลุม ปภ. เขต 12 จำนวน 6 เครื่อง สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 จำนวน 11 เครื่อง สำนักงานชลประทานที่ 16 จำนวน 43 เครื่อง อบจ.สงขลา 3 เครื่อง และอปท. ในพื้นที่เสี่ยง 17 เครื่อง
นอกจากนี้ยังสนับสนุนเรือท้องแบน 6 ลำจาก ปภ. เขต 12 และ 14 รถยกสูง และกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 42 รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อปพร. ตำรวจ และจิตอาสา อำนวยความสะดวกด้านการอพยพ การจราจร และช่วยเหลือประชาชน
ด้านเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เปิดจุดอพยพ 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี) รองรับ 100 คน และโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) รองรับ 50 คน พร้อมแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนกลุ่มเปราะบาง
ภาพรวมความเสียหายเบื้องต้น พบบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง (อำเภอสทิงพระ) บ้านเสียหายบางส่วน 3 หลัง (อำเภอกระแสสินธุ์และระโนด) สถานีอนามัย 1 แห่ง โรงเรียน 7 แห่ง วัด 5 แห่ง และถนนกว่า 12 สายถูกน้ำท่วม
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุว่า ปริมาณน้ำในลำคลองยังเพิ่มขึ้น ฝนยังตกต่อเนื่อง คาดว่าร่องมรสุมจะเคลื่อนออกสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จำเป็นต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมคลอง และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ พร้อมยืนยันว่าจังหวัดจะเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน ทั้งการอพยพ ระบายน้ำ ฟื้นฟูเบื้องต้น และเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีก
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่บริเวณสี่แยกโรงปูน ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤต เพื่อแจกถุงยังชีพและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ขณะที่ ชาวบ้านเทศบาลเมืองบ้านพรุ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก เปิดเผยว่า ปีที่แล้วบ้านตนก็ถูกน้ำท่วมระดับน้ำสูงประมาณ 1.5 เมตร มาปีนี้ได้รับผลกระทบอีก และกังวลว่าจะหนักกว่าปีที่แล้ว ขณะที่อาหารเริ่มขาดแคลน อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำ หรือแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว