ส่วนการมอบนโยบายให้กองทัพเตรียมพร้อมสูงสุดหากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนนั้น
พลเอก ณัฐพล บอกว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติ แต่ถ้ามีกำลังของฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามา ฝ่ายไทยก็จะปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง เริ่มจากการเตือนด้วยวาจา แต่หากยังรุกล้ำ ก็จะยิงเตือน และถ้ารุกล้ำเข้ามาอีก ก็ต้องยิงตรง
ส่วนกรณีที่กัมพูชานำเชลยศึกที่ถูกปล่อยตัวไป กลับมาอยู่ในพื้นที่แนวหน้า เพื่อสร้างสถานการณ์นั้น
พลเอก ณัฐพล ระบุว่า กองทัพยังไม่ดำเนินการใดๆ แต่ได้ประสานกระทรวงต่างประเทศให้ประณามการกระทำดังกล่าว เพราะการทำลักษณะนี้ผิดอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาได้ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา และอนุสัญญาออตตาวา หลายครั้ง ดังนั้นทางกัมพูชาก็คงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ แต่ขอยืนยันว่า ไทยก็ต้องประณามต่อไป เพื่อเป็นการเก็บรวบรวมประเด็นเหล่านี้ไว้ เมื่อถึงเวลาจำเป็น อย่างน้อยการประณามก็จะทำให้กัมพูชาขาดการยอมรับจากนานาชาติ และขาดความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้หากกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยเมื่อไหร่จะดำเนินการตามกฎการใช้กำลังอย่างแน่นอน
ส่วนไทยจะใช้กรณีนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงเหตุจำเป็นที่จะไม่ปล่อยเชลยศึก 18 นายที่เหลือหรือไม่นั้น
พลเอก ณัฐพล ย้ำว่า ไทยไม่ได้ใช้เรื่องนี้มาเป็นตัวกำหนด แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ว่าหากกัมพูชายังไม่สิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ ก็ไม่สามารถปล่อยตัวเชลยศึก 18 นายได้