เนชั่นทีวี

ข่าว

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

17 พ.ย. 2568

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ​กองทัพเดินหน้าเก็บกู้​ เพื่อความปลอดภัย ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

17 พฤศจิกายน 2568 พลเรือตรี สุรสันต์​ คงสิริ​ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงสถานการณ์​ด้านความมั่นคง​ชายแดนไทย​-กัมพูชา​ ว่า​ เหตุการณ์ทหารได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดตั้งแต่ 16 ก.ค.​ ถึงก่อน 10 พ.ย.68 ยอดทหารผู้บาดเจ็บรวม 16 นาย​ บาดเจ็บขาขาด 6 นาย​ บาดเจ็บจากแรงกระแทก 10 นาย​

 

แต่หากรวมเหตุการณ์​ทั้งหมด​ รวมยอดผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 20 นาย​ บาดเจ็บขาขาด 7 นาย​ ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก และสะเก็ดระเบิดจำนวน 13 ราย​ ซึ่งพื้นที่ต่างๆที่เกิดเหตุ​ ล้วนแต่เป็นพื้นที่ในอธิปไตยของไทย ซึ่งยังเป็นการตั้งข้อสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าเหตุใดจึงมีทุ่นระเบิดในพื้นที่เหล่านี้​ เนื่องจากในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด​

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

 

 

 

จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอาณาเขตของไทย​ ล่าสุดบริเวณห้วยตามาเรีย​​ จังหวัดศรีสะเกษ​ ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้​

 

จากเหตุการณ์​ ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บขาขาด 1 นาย​ บาดเจ็บจากแรงกระแทกสะเก็ดระเบิด 3 ราย​ ซึ่งบริเวณดังกล่าว ยังพบทุ่นระเบิด​  PMN​ - 2 อีก 3 ลูก ซึ่งการวางลักษณะเช่นนี้ทำให้เห็นว่าต้องการมุ่งประสงค์ต่อชีวิตไม่ใช่แค่ทุพพลภาพ​ และมีลักษณะ​เป็นพื้นที่ขุดใหม่​ 

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

ยัน​ "กัมพูชา" ​ละเมิด​ JD ชัดเจน​ วางทุ่นระเบิดใหม่ ปล่อย​ 18 เชลยศึกเป็นสิ่งสุดท้าย เมื่อความเป็นปรปักษ์​สิ้นสุดลง

 

 

 

 

 

โดยหลักการปฏิบัติที่ผ่านมา ไทยในฐานะที่เป็นภาคีกับอนุสัญญาออตตาวา ​ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ทั้งการรายงานให้คณะกรรมการ​อนุสัญญาออตตาวา​อย่างต่อเนื่อง​ พร้อมชี้แจงว่าไทยไม่มีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในการครอบครอง

ขณะที่การวางทุ่นระเบิด PMN -​2  ในช่วงเวลาที่ผ่านมา น่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ เพราะผู้ที่จะสามารถวางทุ่นระเบิดใหม่ได้ในพื้นที่ชายแดนที่มีอยู่ระหว่าง 2 ประเทศ คงไม่ใช่ใครที่ไหน​ เพราะไทยไม่มีทุ่นระเบิดในครอบครอง จึงเป็นทางกัมพูชาเป็นหลัก สังเกตได้จากการวางทุ่นระเบิดที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพ PMN-2 มีสัญลักษณ์ต่างๆบนทุ่นระเบิด และรูปลักษณ์สภาพพื้นผิว รวมไปถึงพื้นดิน  

 

ส่วนหลักฐานอีกหนึ่งอย่างคือตัวชิ้นส่วนที่ตรวจพบ จากการพิสูจน์ทราบภายหลังจากที่กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด จะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนของ PMN​ -​ 2 อยู่ในพื้นที่อย่างชัดเจน​

ประกอบกับคลิปวีดีโอหลักฐานที่ชัดเจนว่าเป็นผู้ละเมิดปฏิญญาหรือ Joint Declaration (JD) ที่ลงนามระหว่างไทยและกัมพูชา​ ความพยายามเข้ามาในดินแดนไทย​ เพื่อวางทุ่นระเบิด​  

 

โดยกัมพูชาไม่ได้มีการใช้สันติวิธี แต่ใช้อาวุธต่างๆแทรกซึม และไม่ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ​ เนื่องจากละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ​รวมถึงเป็นภัยคุกคามอย่างชัดเจน

ขณะที่ในอนาคตจากการละเมิด​ JD ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะระงับการปฏิบัติตามแผน​ Action Plan ในการถอนอาวุธหนัก ซึ่งถือว่าทุกอย่างนั้นชะลอและหยุดไว้ก่อน แต่ก็ยังต้องดำเนินการในเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดในดินแดนไทย ใน 13 พื้นที่​ และกองทัพไทยยังยืนยันถึงความพร้อม​ ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดนไทย​

และคงยังดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์​ เก็บกู้ทุ่นระเบิด และเดินหน้าปักปันหมุดชั่วคราวอย่างต่อเนื่อง​ เพราะท้ายที่สุดเป้าหมายของการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน​ 

ส่วนการปล่อยเชลยศึกทั้ง 18 นาย จะเป็นเรื่องสุดท้าย เมื่อเห็นว่ากัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ จึงต้องดูความจริงใจและความรับผิดชอบของฝ่ายกัมพูชา

จึงค่อยมาเจรจา​ ส่วนการดำเนินการทำให้เกิดเหตุการณ์ตามวันที่ 10 พ.ย. 68 จะมีการประชุมระหว่างคณะผู้สังเกตการอาเซียน (AOT) ทั้งสองฝ่าย ทำให้การพูดคุยชะงักลง

 

 

พลเรือตรี สุร​สันต์​ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า​ การวางทุ่นระเบิดไม่ใช่หลัก​ หรือหมุดเขตแดน​ ทุ่นระเบิดไม่ใช่เครื่องมือ​เพื่อความมั่นคง​ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล​ เพราะเป็นอาวุธที่ทำร้ายบุคคล​ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา คือผลกระทบต่อชีวิตจิตใจของบุคคลคนนั้น​ และครอบครัว​ ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมอนุสัญญาออตตาวา​ จึงพยายามจะห้ามไม่ให้มีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะทุ่นระเบิดสังหารบุคคลสามารถฆ่าชีวิตและทำให้บุคคลนั้นทุพพลภาพ