ส่วนความคืบหน้าฝั่งกัมพูชาเช้าวันนี้ (13 พ.ย.2568) เพจ Army Military Force รายงานว่า เวลา 08.20 น.เช้านี้ นายอุม ราตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อมด้วยกองทัพกัมพูชา ได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของพลเรือนชาวกัมพูชา 3 ราย ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลมิตรภาพกัมพูชา-ญี่ปุ่น มงคลบุรี
โดย นายอุม ราตรี ได้พยายามบิดเบือนและให้ข้อมูลที่เป็นความเท็จแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) โดยกล่าวอ้างว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่ทหารไทยกราดยิงพลเรือนชาวกัมพูชา ที่หมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 พ.ย.2568) ก่อนจะมีการกล่าวหาป้ายสีทหารไทยในสังคมออนไลน์กัมพูชาอย่างกว้างขวาง
ขณะที่ เหมนการละครจัด หมอ-นักการเมืองให้สัมภาษณ์นักข่าวกลางห้อง ICU ระหว่างทำการรักษาพลเรือนกัมพูชาทั้ง 3 รายที่อ้างว่าพวกเขาอยู่ในอาการโคม่าและยังไม่พ้นวิกฤต หลังถูกทหารไทยใช้ปืนกลเบาโซเวียต RPD ยิx ชาวบ้านในชุมชนบ้านเปรยจัน จนเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 3 ราย
ซึ่งข้อเท็จจริง คือ
1. ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็ก AK-47 ยิงเข้ามาฝั่งไทย กว่า 30 นัด เพื่อสร้างสถานการณ์และยังกราดยิx พลเรือนตนเอง ก่อนป้ายสีทหารไทย อย่างไรก็ตาม กองกำลังบูรพาได้ยิxเตือนทหารกัมพูชา และดำเนินการโต้ตอบเหตุการณ์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง
และ 2. กองทัพไทยเลือกประจำการปืนกลเบาที่มาจากมาตรฐานของกลุ่มประเทศนาโต (NATO) เป็นหลัก โดยไม่เคยมีประวัติการประจำการปืนกลเบาที่มาจากมาตรฐานโซเวียต เช่น รุ่น RPD (Ruchnoy Pulemyot Degtyaryova) ในการใช้งานอย่างเป็นทางการ