เนชั่นทีวี

ข่าว

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU

13 พ.ย. 2568

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU

กองทัพ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง หลังทหารกัมพูชาจัดฉากป้ายสีทหารไทย ดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์หมอกลางห้อง ICU ระหว่างทำการรักษาพลเรือนกัมพูชาที่อ้างว่าอยู่ในอาการโคม่าและยังไม่พ้นวิกฤต

13 พฤศจิกายน 2568 ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีเสียงปืนดังนานกว่า 10 นาที เมื่อช่วง 16.00 น.เมื่อวานนี้ (12 พ.ย.2568) ซึ่งสื่อหลักของกัมพูชาและสังคมออนไลน์ของกัมพูชา ได้กล่าวหาว่า ทหารไทยเป็นผู้เปิดฉากยิงใส่ชาวบ้านกัมพูชาที่หมู่บ้านเปรยจัน ตำบลโอเบยโจน อำเภอโอชรอฟ จังหวัดบันเตียเมียนเจย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย 

ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพาว่า เหตุเกิดจากทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืน AK47 ยิงเข้ามาใส่บังเกอร์ฝั่งไทย ซึ่งฝ่ายไทยได้เข้าแนวกำบัง และได้ทำการยิงแจ้งเตือนไปยังจุดที่มีการยิงเข้ามาตามกฎการใช้กำลัง โดยฝ่ายไทยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นอกจากนี้ มีรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว ได้อพยพไปยังหลุมหลบภัย โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ทหาร ช่วยกันลำเลียงกลุ่มเปราะบาง เด็ก และคนชรา ไปพักยังหลุมหลบภัยที่เตรียมไว้ ซึ่งต่อมา พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กองกำลังบูรพา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชาวบ้านซึ่งเป็นผู้สูงอายุ พร้อมกับพูดคุยและมอบน้ำดื่มและสิ่งของ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านด้วย ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบ และไม่เกิดเหตุการณ์ปะทะต่อเนื่อง ชาวบ้านบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านแล้ว

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU

ล่าสุด ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ในวันนี้ (13 พ.ย.2568) ฝ่ายไทยปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาสากล - ยึดหลักมนุษยธรรม และกฎการใช้กำลังระหว่างประเทศตลอดการปฏิบัติการ ประกอบด้วย 

  1. การตอบโต้เป็นไปอย่างเหมาะสม ดำเนินการโดยคำนึงถึงสัดส่วนและความจำเป็นของสถานการณ์ เพื่อยับยั้งเหตุการณ์และยุติเมื่อความคุกคามสิ้นสุด
  2. ใช้อาวุธเป็นทางเลือกสุดท้าย เพื่อปกป้องชีวิตและอธิปไตย เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นปลอดภัยและมีประสิทธิผล
  3. การตอบโต้สอดคล้องกับทิศทางการยิงจากฝั่งตรงข้าม ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU  

ส่วนความคืบหน้าฝั่งกัมพูชาเช้าวันนี้ (13 พ.ย.2568) เพจ Army Military Force รายงานว่า เวลา 08.20 น.เช้านี้ นายอุม ราตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อมด้วยกองทัพกัมพูชา ได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของพลเรือนชาวกัมพูชา 3 ราย ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลมิตรภาพกัมพูชา-ญี่ปุ่น มงคลบุรี

โดย นายอุม ราตรี ได้พยายามบิดเบือนและให้ข้อมูลที่เป็นความเท็จแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) โดยกล่าวอ้างว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่ทหารไทยกราดยิงพลเรือนชาวกัมพูชา ที่หมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 พ.ย.2568) ก่อนจะมีการกล่าวหาป้ายสีทหารไทยในสังคมออนไลน์กัมพูชาอย่างกว้างขวาง

ขณะที่ เหมนการละครจัด หมอ-นักการเมืองให้สัมภาษณ์นักข่าวกลางห้อง ICU ระหว่างทำการรักษาพลเรือนกัมพูชาทั้ง 3 รายที่อ้างว่าพวกเขาอยู่ในอาการโคม่าและยังไม่พ้นวิกฤต หลังถูกทหารไทยใช้ปืนกลเบาโซเวียต RPD ยิx ชาวบ้านในชุมชนบ้านเปรยจัน จนเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 3 ราย

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU  

ซึ่งข้อเท็จจริง คือ 
1. ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็ก AK-47 ยิงเข้ามาฝั่งไทย กว่า 30 นัด เพื่อสร้างสถานการณ์และยังกราดยิx พลเรือนตนเอง ก่อนป้ายสีทหารไทย อย่างไรก็ตาม กองกำลังบูรพาได้ยิxเตือนทหารกัมพูชา และดำเนินการโต้ตอบเหตุการณ์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง 
และ 2. กองทัพไทยเลือกประจำการปืนกลเบาที่มาจากมาตรฐานของกลุ่มประเทศนาโต (NATO) เป็นหลัก โดยไม่เคยมีประวัติการประจำการปืนกลเบาที่มาจากมาตรฐานโซเวียต เช่น รุ่น RPD (Ruchnoy Pulemyot Degtyaryova) ในการใช้งานอย่างเป็นทางการ

"กัมพูชา" จัดฉากดึง AOT ลงพื้นที่ สัมภาษณ์กลางห้อง ICU