เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตผู้พิพากษาเสนอ ทางออกชาติให้ โอกาส ขรก.ประจำบริหารประเทศ

18 พ.ย. 2568

อดีตผู้พิพากษาเสนอ ทางออกชาติให้ โอกาส ขรก.ประจำบริหารประเทศ

”เกษม“อดีตผู้พิพากษา ชี้ทางออกการเมือง เสนอ เเก้กฎหมายให้โอกาส ขรก.ประจำขึ้นบริหารประเทศบ้าง ที่ผ่านมา นักการเมืองบริหารย่อยยับขัดขากันเอง เสียโอกาสชาติ ไม่ต่ำ20ปี

อดีตผู้พิพากษาเสนอ ทางออกชาติให้ โอกาส ขรก.ประจำบริหารประเทศ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 ดร.เกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา ได้ให้ความเห็น เเละมีความห่วงใยในชาติบ้านเมืองในฐานะที่เคยเป็นข้าราชการประจำรับราชการในตำแหน่งผู้พิพากษามาเป็นระยะเวลารวม21 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญศาลยุติธรรมว่า  วันนี้เราสามารถสรุปกันได้แล้วปัญหาของสภาพบ้านเมืองในปัจจุบันนี้ ข้าราชการฝ่ายการเมือง ไม่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ ซึ่งหากย้อนหลังไป 20-30 ปี  จนถึงปัจจุบันความขัดแย้งของบ้านเมือง ยังคงมีอยู่ 

รัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำด้านบริหารไม่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะมีแต่เรื่องเเก่งแย่งและแย่งชิงอำนาจกัน และไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมือง ก็จะถูกอีกฝ่ายดำเนินการขัดแข้ง ขัดขาไม่ให้มีการบริหารชาติบ้านเมืองได้ ก่อให้เกิดความล้าหลังของบ้านเมือง และสูญเสียโอกาสของคนในชาติ เพราะประเทศชาติขาด“ ผู้นำ ที่รักชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง”

 

  จาก สภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ตนจึงขอเสนอแนวความคิดในการที่จะฝากบ้านเมืองไว้กับข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง หรือข้าราชการฝ่ายอื่นๆ ที่ถูกบ่มเพาะอุดมการณ์ ความรักชาติบ้านเมือง มาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับราชการ และถูกบ่มเพาะอุดมการณ์ ระเบียบวินัย และข้อปฏิบัติ นับ 10 ปี และข้าราชการประจำเป็นพลังในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

ตนเห็นว่า มีข้าราชการประจำที่มีความรู้ความสามารถ และมีความรักชาติบ้านเมือง และมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาทำงานเป็นผู้นำของประเทศได้ เพราะมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศ มากกว่าข้าราชการฝ่ายการเมือง เพียงแต่ข้าราชการประจำเหล่านั้น“ ไม่มีโอกาส”ที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ เพราะมีข้อห้ามทางกฎหมาย จึงไม่สามารถก้าวมาเป็นผู้นำที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ 

    

ดังนั้นคิดนอกกรอบว่า กฎหมายควรกำหนดทางเลือกให้ให้ข้าราชการประจำ ได้มีโอกาสที่จะก้าวเป็นผู้นำและมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศได้ เมื่อบุคคลนั้นมีความเหมาะสม เพราะข้าราชการประจำเหล่านั้นถูกบ่มเพาะด้วยอุดมการณ์ ถูกบ่มเพาะมาด้วยจิตวิญญาณของความรักชาติบ้านเมือง และถูกบ่มเพาะความเป็นผู้นำที่มีในองค์กร ซึ่งแตกต่างจากข้าราชการฝ่ายการเมืองที่ไม่ได้ถูกบ่มเพาะในเรื่องของอุดมการณ์ หรือจิตวิญญาณในการรักชาติบ้านเมือง  และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าข้าราชการฝ่ายการเมืองไม่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ 

 

ส่วนในเรื่องของกฎหมายที่จะเปิดช่อง ให้ข้าราชการประจำได้มีโอกาสก้าวมาเป็นผู้นำของประเทศได้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวต่อไป เพียงแต่ผู้เขียนต้องการ จุดประกายประเด็นนี้ ให้กับคนในสังคมได้มีทางเลือกใหม่ของประเทศชาติ เท่านั้น

 

โดยข้อคิดเห็นดังกล่าวข้างต้น เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของตนด้วยหวังว่าจะให้ชาติบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองเพราะบ้านเมืองจะเจริญได้ด้วย ผู้นำ ที่มีความ

ฉลาด มีวิสัยทัศน์ และมีความรักชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง“ และหากสภาพปัญหานี้ยังคงดำรงอยู่เช่นนี้ต่อไป ตนเชื่อว่าอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศชาติบ้านเมืองก็จะไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปได้  เพราะหากมีพรรคข้าราชการประจำ จะเป็นพรรคที่ดูแลชาติบ้านเมือง ต่อไป