เมื่อถามว่า ก่อนหน้านายพัฒนพล มั่นใจ เรามีไม้เด็ดอะไรหรือไม่ นายรัฐภูมิ กล่าวว่า "ความจริง" และใช้การพูดคุยในการปรับความเข้าใจเรื่องทุกอย่างก็จบ ส่วนขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ก็จะถอนฟ้อง ซึ่งน่าจะทำให้ น.ส.สุธีวัน สบายใจ ส่วนคดีที่นายพัฒนพล แจ้งความไว้ที่ สน.นั้นก็ไม่มีอะไร ก็แล้วแต่ดีเจแมนว่า จะถอนแจ้งความหรือไม่ ขอให้รอฟังจากปากดีเจแมนแล้วกัน
เมื่อถามว่า ในการไกล่เกลี่ยได้มีข้อตกลงเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ นายรัฐภูมิ กล่าวว่า มันไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น ก็พูดคุยกันไป เมื่อทุกอย่างลงตัว เขาคงไม่รู้จะพูดอะไร และไม่รู้จะพูดถึงกันอีกทำไม เพราะทุกอย่างมันแฮปปี้แล้ว
นายรัฐภูมิ กล่าวด้วยว่า สำหรับทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวตน เขาก็เชื่อมันในทุกข่าว ทุกคดีที่เกิดขึ้นมา ส่วนเรื่องที่ใครจะเข้าใจผิดตนก็ไม่ได้ไปสนใจ หรือยืนยันอะไรอีก เพราะสำหรับตนนั้น ภาพในวันนี้มันชัด ทุกอย่างเงียบหมดมันเลย น่าจะเป็นการตอกย้ำอะไรบางอย่าง และตนอยากบอกทุกคนว่าขอบคุณมาที่เชื่อมั่น "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" มันเลยทำให้ตนผ่านมาได้ทุกเรื่อง และใครที่พูดไม่ดีกับเรา ถ้าเราเชื่อในตนเอง มันก็จะทำให้เราผ่านไปได้ และตนก็ไม่ทราบว่าสำหรับคนที่เข้าใจผิดไปแล้ว จะมองเราเปลี่ยนไปหรือไม่แต่ก็อยากให้เห็นใจว่า "มองดีดี เราคือผู้ที่ถูกกระทำ"
ด้าน นายพัฒนพล ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ไกล่เกลี่ยกันได้ว่า วันนี้ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมความกันได้ ทำให้คดีที่นายรัฐภูมิ กล่าวหาว่าตนหมิ่นประมาทสิ้นสุดลง แต่เฉพาะคดีนี้ ส่วนอีกคดีที่ตนแจ้งความนายรัฐภูมิ ที่กองปราบปราม คดียังคงอยู่เหมือนเดิม และกำลังรอพนักงานสอบสวนเรียกไปให้ปากคำอีกครั้ง
ด้าน นายอมร ทนายความส่วนตัวของนายพัฒนพล กล่าวว่า วันนี้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันทุกเรื่องและสามารถปรับความเข้าใจกันได้ ต่างฝ่ายได้ขอโทษซึ่งกันและกัน ส่วนอีกคดีนั้นก็ว่ากันไปตามขั้นตอนทางคดีต่อไป แต่ตนขอไม่ลงรายละเอียดว่าทั้งคู่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้อย่างไร เพราะว่าเป็นขั้นตอนของกระบวนการไกล่เกลี่ย แต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งคู่สามารถปรับความเข้าใจจนได้ข้อยุติในคดีนี้แล้ว โดยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย
นายพัฒนพล กล่าวอีกว่า วันนี้ตนมาในประเด็นการไกล่เกลี่ยคดีนี้เท่านั้น ซึ่งวันนี้สามารถจบเรื่องนี้ได้ ส่วนที่ตนเองเคยพูดไว้ก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ส่วนความสัมพันธ์ของตนกับนายรัฐภูมิ ถือว่าห่างกันประมาณหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ การที่ทั้งตนและนายรัฐภูมิ ต่างคนต่างอยู่ ถือว่าเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย คดีไหนที่จบได้ ตนก็อยากจะให้จบไป เพราะตนมีประสบการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการขึ้นศาลมาแล้ว
หลังจากนี้ ตนจะโฟกัสเกี่ยวกับการเลี้ยงดูครอบครัว และเป็นพ่อที่ดีของลูกตนเองต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการก่อร่างสร้างตัวให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น ภายหลังจากที่ตนออกมาจากเรือนจำ และจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด