ขณะที่ นางพนิดา หลังมีคำพากษา ก็เดินทางกลับทันที ซึ่งแม่ บอกสั้นๆ ว่า "วันนี้โล่งใจมาก และจะไม่ขอยื่นอุทธรณ์แล้ว ซึ่งภายในศาลยังได้มีโอกาสกอดกับแซนและทนายตุ๋ย ยอมรับว่า 3 ปี ที่ผ่านมา คลายความกังวลทุกอย่าง และที่ไม่ต้องมีเรื่องกัน และไม่มีอะไรคาใจ วันนี้โล่งใจและสบายใจมากไม่มีอะไรติดค้าง ซึ่งตอนนี้แตงโม ได้รับความยุติธรรมแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางกลับบ้านและไปรอดูข่าวนี้ทางโทรทัศน์ "
ส่วนฝั่งของจำเลย หลังศาลมีคำพิพากษา จำเลยแต่ละคน ทยอยกันเดินทางกลับ
โดยนาย “ภีม” หรือ เอ็ม เดินออกมาจากศาลเป็นคนแรก พร้อมกับสีหน้า ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับพูดสั้น ๆ ว่า “ ขอบคุณมากครับ” ก่อนที่จะเดินขึ้นรถส่วนตัวไปในทันที
จากนั้นตามด้วย "จ๊อบ นิทัศน์" ซึ่งตอบคำถามสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสั้นๆ ว่า 3 ปี ที่ผ่านมา รู้สึกปลดล็อก ส่วนอยากบอกอะไรกับสังคมหรือไม่ "จ๊อบ" บอกว่า "ไม่มีครับ" ส่วนกรณีที่โจทก์จะยื่นอุทธรณ์ ก็ไม่เป็นไร
ด้านทนายความของ "จ๊อบ" บอกว่า ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งจากคำตัดสิน ศาลให้เหตุผลว่า “จำเลย ทิ้งขยะลงแม่น้ำ เป็นการทำลายหลักฐาน พร้อมยืนยันว่าทุกคนไม่ได้ประมาท และเคารพคำตัดสินของศาล”
ขณะที่ "กระติก" ไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และขอให้คุยรายละเอียดทางคดีกับทนายความ ก่อนจะเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า "วันนี้ รู้สึกคลายกังวลขึ้น ตลอดระยะเวลา 3 ปี"
โดย ทนายความของ "กระติก" ตอบคำถามแทนบอกว่า วันนี้คดียังไม่ถึงที่สุด ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก เพราะว่าวันนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ก็รู้สึกพอใจในคำพิพากษา แต่ไม่ขอพูดอะไรมาก ทั้งหมดอยู่ในสำนวน ซึ่งทางฝ่ายโจทก์อาจจะยื่นอุทธรณ์ได้ภายหลัง
ส่วนประเด็นจะตอบคำถามอะไรต่อสังคมหรือไม่นั้น ทนายความ บอกว่า ไม่ขอตอบคำถามใด ๆ ต่อสังคม เพราะกลัวว่าจะขยายความเรื่องนี้ต่ออีก ซึ่ง "วันนี้เป็นเรื่องของคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่เรื่องของสังคม"
ทั้งนี้ ก่อนที่กระติกจะขึ้นรถออกไปจากศาล ได้พยักหน้าตอบรับที่ผู้สื่อข่าวถามว่า คลายความกังวลแล้ว? ก่อนขอตัวกลับขึ้นทันที เนื่องจากมีธุระต้องเดินทางไปต่างจังหวัด
จากนั้น ทนายความของ "กระติก" ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม บอกว่า กระติกพอใจในคําพิพากษา หลังจากที่ผ่านมา เตรียมตัวต่อสู้คดีมาอย่างยาวนานร่วม 3 ปี ซึ่งเขาก็ดีใจ ส่วนโจทก์ร่วมจะอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิของเขา ซึ่งรายละเอียดอื่น ๆ ในสํานวนตนเองไม่ขอเปิดเผย แม้ว่าศาลจะมีคําพิพากษาแล้วก็ตาม แต่มรรยาททนายความตนไม่ขอพูด ซึ่งจะแตกต่างกับทนายท่านอื่น
เมื่อถามว่า “กระติก” ได้มีการพูดถึง “ดีเอสไอ” หรือไม่ ทางทนายความ ระบุว่า ไม่เคยพูด ส่วนใครมีอํานาจ ทำอะไรก็ทําไป แต่ความจริงมีหนึ่งเดียว และเมื่อถามว่า แม่ของแตงโมกับกระติก ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ทนายตอบทันทีว่า “พูดคุยกันตามปกติ”
ด้าน "แซน วิศาพัช" ให้สัมภาษณ์หลังศาลมีคำพิพากษาว่า รู้สึกดีใจ เพราะกระบวนการยุติธรรม ก็ยุติธรรมสมชื่อ และยิ้มได้อย่างตลอดแบบนี้มานานแล้ว หากแม่แตงโมจะยื่นอุทธรณ์ เราก็ทำหน้าที่ของเราไปคือการสู้ต่อ ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับแม่ของแตงโม โดยบอกว่าคิดถึงและกอดกัน
“ตอนนี้ก็รอติดตามคอนเทนต์ของบ้านพระอาทิตย์ ว่าเขาจะไปในทิศทางไหนต่อ เพราะวันนี้ศาลสั่งยกฟ้อง ศาลก็ได้ชี้แจงถึงเหตุผลว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ยกฟ้อง ซึ่งศาลชี้แจงโดยละเอียด ถ้าหากเขาจะมาบอกว่าอันนี้เป็นคดีประมาท ไม่ใช่คดีฆาตกรรม ก็อยากจะให้เขามาศึกษาข้อมูลดี ๆ ก่อน ไม่ใช่มาพูด และทำให้ประชาชนหลงเชื่อในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะ 3 ปีที่ผ่านมา น่าจะพูดพอแล้ว” แซน วิศาพัช กล่าว
ส่วนกรณีที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของดีเอสไอ ก็ยังคงเดินหน้าต่อนั้น วิศาพัช ตอบว่า "จะเดินหน้าไปไหนคะ ที่ผ่านมาก็เห็นเดินแล้วได้อะไร พูดเก่งก็อยากจะให้เดินเก่งเหมือนอย่างที่พูด เพราะที่ผ่านมาก็ทำอะไรเราไม่ได้นี่คะ"
และวันนี้ก็เป็นวันที่สามารถปลดล็อกความรู้สึกในใจได้นิดนึง แต่ว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพียงแค่รอติดตามคอนเทนต์บ้านพระอาทิตย์ว่า เขาจะไปในทิศทางไหน เพราะที่ผ่านมาตลอด 4-5 เดือน เขามีปัญหากับแซนมาตลอด “บอกตรง ๆ ว่ารำคาญค่ะ จะบอกว่าไม่รู้สึกเลยก็จะดูเป็นการโกหก เพราะเขามากล่าวหาเราทุกวัน ไม่มีใครชอบหรอก ”
ซึ่งหลังจากนี้ ก็คงจะไม่ดำเนินการฟ้องร้องใครกลับแล้ว เพราะมาศาลมันเหนื่อย แต่ก็ต้องดูว่า จะมีใครที่ไม่จบ พูดต่อหรือไม่
ด้าน นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความ เปิดเผยด้วยว่า ที่ศาลท่านวินิจฉัย ระบุว่า ไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ท่านวินิจฉัยจากพยานแวดล้อมที่น่าเชื่อถือ หากมีการสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ก็ไม่ได้มีความหนักใจในกระบวนการ ในส่วนหลักฐานใหม่ที่มีคนออกมาพูดถึง ก็เชื่อว่าน่าจะไม่มีใหม่
และคำพิพากษาของศาลก็อ่านโดยละเอียด ซึ่งสามารถทำให้ปิดได้ในทุกประเด็นที่เป็นข้อสงสัย และศาลวินิจฉัยโดยละเอียดมาก ไม่ว่าจะเป็นแชทที่พูดคุยผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์, GPS เรือ, รูปถ่ายหรือการลบภาพ หากเอาคำพิพากษามาเปิด ประชาชน และสังคมก็จะเข้าใจในทุกประเด็น
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า บรรยากาศในช่วงคุณแม่แตงโม และจำเลยทั้งหมดฟังคำพิพากษาของศาลกว่า 2 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผ่อนคลาย และไม่ตึงเครียด
โดยก่อนศาลฯ เริ่มอ่านคำพิพากษา จำเลยทั้งหมดได้มีโอกาสพูดคุยกับทางคุณแม่ ซึ่ง "กระติก" เป็นคนเข้าไปทักทายคุณแม่เป็นคนแรก และพูดคุยกับคุณแม่มากสุด ซึ่ง "กระติก" ได้ถามถึงสุขภาพร่างกายขอบคุณแม่ว่าแข็งดีแรงดีหรือไม่ และคุณแม่ก็ทักทายกลับด้วยดี ยิ้มแย้ม แล้วก็ตอบกลับว่า “แข็งแรงดีปกติ”
หลังจากนั้นเมื่อศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยทุกคนพอใจในคำตัดสินของศาลฯ ทุกคนรู้สึกปลดล็อก หลังจากถูกครหามานานกว่า 3 ปี