เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดคลิปเสียง ชายอ้างเป็นตำรวจยศ "สารวัตร" โทรรีดเงินร้านอาหาร

06 พ.ค. 2568

เปิดคลิปเสียง ชายอ้างเป็นตำรวจยศ "สารวัตร" โทรรีดเงินร้านอาหาร

เปิดคลิปเสียง ชายอ้างเป็นตำรวจยศ "สารวัตร" รีดเงินร้านอาหารเดือนละ 1,000 บาท พอปฏิเสธ ถูกกลั่นแกล้ง มีเจ้าหน้าที่บุกตรวจถี่ จนลูกค้าผวาหายหมด

จากกรณี เพจร้านอาหารชื่อดังในจ.พระนครศรีอยุธยา โพสต์คลิปเสียงบทสนทนาโทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็นตำรวจยศ “สารวัตร” พูดคุยในลักษณะขอรับเงินรายเดือน 1,000 บาท แลกกับการไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบร้าน พอปฏิเสธ กลับถูกเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจค้นถี่ สร้างความหวาดกลัวให้ลูกค้า จนกระทบยอดขายอย่างหนัก

6 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ ( 5 พ.ค.2568) เวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้าน แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหารประเภท “ยำ 79 บาท” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยหมู่บ้านช้างอโยธยา ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีบรรยากาศเรียบง่าย มีดนตรีสดโฟล์คเดี่ยวเล่นช่วงหัวค่ำ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00 - 24.00 น. 

น.ส.นุ่น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี หุ้นส่วนและผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนได้ร่วมกันเปิดร้านอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีใบอนุญาตประกอบกิจการและจำหน่ายสุราถูกต้องตามกฎหมาย ช่วงกลางเดือนมกราคม มีตำรวจเข้ามาตรวจร้าน ขอดูใบอนุญาต ซึ่งเราก็ให้ตรวจตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร จนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 มีผู้ชายโทรมา อ้างตัวว่าเป็นสารวัตร พูดจาในลักษณะว่า "ถ้าอยากให้ร้านสงบ ไม่โดนตรวจถี่ ก็ขอรับเงินเดือน ละ1,000 กับค่าตู้แดงอีก 500 บาท" 

ในบทสนทนาดังกล่าวยังมีการพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัด ชุดเฉพาะกิจของผู้การ รวมถึงกล่าวถึงหน่วยงานตำรวจหลายหน่วย ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน และปรึกษากับหุ้นส่วน “เราทำร้านอาหารธรรมดา ไม่ใช่ผับ ไม่ได้เปิดเกินเวลา ทุกอย่างมีใบอนุญาตครบ จึงรู้สึกว่าการเรียกรับเงินแบบนี้ไม่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องจ่าย” 

หลังจากไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของชายคนดังกล่าว ร้านเริ่มถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจถี่ขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน พบว่าเจ้าหน้าที่มากันจำนวนมาก บางครั้งรวมกว่า 20 คน มีทั้งรถตู้และรถกระบะรวม 5 คัน เข้ามาพร้อมกัน “เจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายส่องในร้าน ขอดูบัตรประชาชนของลูกค้า ทำให้ลูกค้าหลายคนตกใจ กลัวว่าจะมีปัญหาอะไร จนบางคนไม่กล้ากลับมานั่งอีก ตอนนี้กระทบยอดขายชัดเจน” 

ด้านนายพุฒิพงษ์ ยิ้มประเสริฐ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน เผยว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้ไปขอตรวจสอบ ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา ว่าชายคนดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ และมีการตรวจสอบยืนยันว่าบุคคลในคลิปเสียงเป็นตำรวจจริง ซึ่งทางผู้กำกับ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับทราบเรื่อง และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว 

“สิ่งที่เรารู้สึกคือ ทำไมพอเราร้องเรียน กลับมีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจร้านมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ ทั้งที่การตรวจแบบนั้นกลับทำให้ลูกค้ากลัว ไม่กล้ามาอีก เราอยากทำมาหากินอย่างสุจริต แต่กลับต้องมารับแรงกดดันแบบนี้” 

ทั้งนี้ เจ้าของร้านยืนยันว่า สิ่งที่นำคลิปออกมาเปิดเผย ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้สังคมช่วยตั้งคำถามว่า การใช้อำนาจในลักษณะนี้สมควรหรือไม่ และต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม