เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

28 เม.ย. 2568 | prisana_tha

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

ผู้บริหารดาราเทวี เผยเบื้องลึก ปมเหตุไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี” พร้อมตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลายอย่าง

28 เมษายน 2568 จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี  ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 23 เมษายน 2568 โดยไฟลุกไหม้ในส่วนของอาคารสปา ที่เป็นอาคารไม่สักวาดทั้งหลัง ที่ปิดใช้มา 6-7 ปี ภายในอาคารไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรนั้น

 

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ มีเงื่อนงำถึงความผิดปกติเรื่อยมา แม้ว่าจะมีการประมูลและเข้าบริหารโรงแรมโดยเจ้าของรายใหม่ คือ การร่วมลงทุน ระหว่าง บริษัท สยามเอสเตท กับ IThermal แต่กระนั้นผู้ประมูลรายใหม่ ก็ยังถูกฟ้องร้องกว่า 10 คดีจากคนบางกลุ่ม เพื่อเรียกร้องเอาประโยชน์จากผู้ประมูลรายใหม่

 

 

 

นายสุพรรณ เศษธะพานิช ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น บริษัท สยามเอสเตท ผู้บริหารโรงแรมดาราเทวี

 

ล่าสุด วันนี้ นายสุพรรณ เศษธะพานิช ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น บริษัท สยามเอสเตท ผู้บริหารโรงแรมดาราเทวี ให้สัมภาษณ์ กับ เนชั่นทีวี ถึงสิ่งผิดปกติจากเหตุการณ์ไฟไหม้และข้อสังเกตเกี่ยวกับสาเหตุ ว่า ผมพยายามหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นมาตลอด เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ผมให้ข่าวไปแล้วว่า สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันผิดธรรมชาติ 

 

ที่ตัวอาคารที่เกิดเหตุไม่มีไฟฟ้า เรามีการใช้ไฟ เฉพาะไฟแสงสว่างบริเวณด้านหน้าอาคารและนอกอาคาร โดยได้รับรายงานการเกิดเพลิงไหม้ค่อนข้างเร็วและลุกลามเร็วมาก ต้นเพลิงที่ได้รับรายงาน ตรงนั้นเราใช้พื้นซีเมนต์บอร์ด โครงเหล็ก มีไม้เนื้อแข็งเป็นเสา และพื้นบางส่วน โอกาสที่จะเกิดการลัดวงจรจากไฟแสงสว่าง ผมคิดว่าน้อยมาก โดยเฉพาะตรงนั้นมีเบรกเกอร์ ไฟแสงสว่างทั้งหมดผ่านเบรกเกอร์ ถึงแม้จะไม่ได้ผ่านตู้คอนโทรลไฟ แต่มีเบรกเกอร์ตัดไฟ

 

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

 

นอกจากนี้ พยานที่ได้ให้ข้อมูล โดยเฉพาะชาวบ้านแถวนั้น แจ้งว่ามีเสียงระเบิดติดต่อกันต่อเนื่อง เป็น 10 ครั้ง ซึ่งอันนี้แปลกมาก เพราะว่าบริเวณนั้นไม่น่าจะมีวัสดุใดๆหรือเครื่องมือใดๆ ที่ทำให้เกิดเสียงระเบิด เหมือนที่ชาวบ้านให้ข้อมูล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ

เมื่อถามว่า มองกลุ่มคนที่ทำหรือก่อเหตุ มีจุดประสงค์อะไร ที่เข้าไปก่อเหตุครั้งนี้ นายสุพรรณ กล่าวว่า ผมเรียนว่า ตั้งแต่เราเข้ามาบริหารพื้นที่โรงแรมดาราเทวี เราเจอขบวนการซึ่งแบ่งเป็นหลายมิติ

 

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

 

1.มิติหนึ่ง น่าจะได้เห็นกันคือขบวนการให้ข่าวในการให้ร้าย เช่น ไฟไหม้แรกๆเลยมีการพยายามบิดเบือนว่า เราเป็นคนวางเพลิงเพื่อเอาเงินประกัน แต่ทราบเป็นที่ประจักษ์ โดย คปภ.แจ้งชัดเจนว่าเราไม่ได้ทำประกัน

 

2.จากนั้นมีการพยายามบิดเบือนว่า เรามีการใช้ระบบสาธารณูปโภคภายในที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ผมได้แจ้งไปแล้วว่าโอกาสที่จะเกิดไฟมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นนอกจากผิดธรรมชาติแล้ว ยังมีขบวนการต่างๆนานาให้ข่าว

 

3.มีการฟ้องกลั่นแกล้ง ในลักษณะของการใช้เทคนิคทางกฎหมายแตกคดีออกไป โดยปัจจุบัน บริษัท สยามเอสเตท ดาราเทวี รวมทั้งคู่ค้า ได้รับคดีฟ้องประมาณ 20 คดีแล้ว ผมคิดว่าเป็นธรรมชาติของการกลั่นแกล้ง

 

นายสุพรรณ เศษธะพานิช ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น บริษัท สยามเอสเตท ผู้บริหารโรงแรมดาราเทวี

 

ผมเชื่อว่าทั้งขบวนการ การให้ข่าวและขบวนการกลั่นแกล้งทางกฎหมายเป็นคนกลุ่มเดียวกัน นอกจากนั้นเรายังคิดว่าเรามีหลักฐานพอจะเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งกลุ่มบุคคลทั้งหมด น่าจะอยู่ภายใต้การบงการของบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียผลประโยชน์ หรืออยากจะได้ประโยชน์ในทางที่ไม่พึงชอบกับการเข้ามาบริหารโรงแรมดาราเทวีของเรา

 

เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้ และการพิสูจน์ความจริง นายสุพรรณ กล่าวว่า ในพื้นที่ มีกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เข้าตรวจสอบ อยู่ในวิสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อเท็จจริงใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เราก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว

 

ส่วนที่บอกว่าเราถูกฟ้องกลั่นแกล้งต่างๆ ผมอยากจะขอโอกาสนี้เรียนขอความเป็นธรรมกับศาล กับท่านผู้พิพากษา ในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากระบบในกระบวนการยุติธรรมของเรา เป็นระบบการกล่าวหา พอมีสิทธิก็ใช้กล่าวหากัน แต่เชื่อไหมว่าบางท่าน หลายๆท่านที่ฟ้องผมอยู่ในขณะนี้ถือหุ้นอยู่เพียง 1 หุ้น และแตกโจทก์มาฟ้อง 20 กว่าคดี

 

ผู้บริหารตั้งข้อสังเกต ถึงความผิดปกติ ไฟไหม้ “โรงแรมดาราเทวี”

 

ผมเป็นนักธุรกิจ เราไม่อยากเจอลักษณะอย่างนี้ เราอยากจะเดินหน้าทำงานและพัฒนาพื้นที่ การฟ้องอย่างนี้ การทำให้มันสะดุดโดยใช้เทคนิคทางกฎหมายเหล่านี้ ผมว่าไม่สร้างสรรค์กับการทำงาน

 

เมื่อถามว่า กลุ่มบุคคลที่คุณสุพรรณบอก มุ่งไปที่คนนี้คนเดียว หรือมีการขัดแย้งกับคนอื่นๆอีกหรือไม่ นายสุพรรณ กล่าวว่า มีบุคคลคนเดียวที่มีอำนาจในการคอนโทรลนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมขบวนการเหล่านี้ ซึ่งผมขออนุญาตให้เป็นเรื่องการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า ตอนนี้มีการให้การกับตำรวจให้หลักฐานทุกอย่างแล้ว

 

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า สุดท้ายจะสาวไม่ถึง หรือมีการจับแพะ นายสุพรรณ กล่าวว่า มีความกังวล แต่ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม กับความสามารถของตำรวจในการสืบสวนสอบสวน

 

“ยืนยันว่าอาคารนี้ไม่มีการใช้งานมา 6-7 ปี ภายในอาคารไม่มีกระแสไฟฟ้า จุดต้นเหตุเพลิงอยู่ในสถานที่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ พื้นซีเมนต์บอร์ด โครงเหล็ก ไม่เนื้อแข็ง”นายสุพรรณ กล่าวถึงสิ่งผิดปกติ

 

นายสุพรรณ เศษธะพานิช ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น บริษัท สยามเอสเตท ผู้บริหารโรงแรมดาราเทวี

 

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นจะมีการรวมตัวกัน ทางเราจะมีการเข้าร่วมไปคุยหรือเจรจาหรือไม่ นายสุพรรณ กล่าวว่า ผมคิดว่าอย่าใช้คำว่าผู้ถือหุ้นเลย สิ่งที่เขาพยายามทำคือพยายามเป็นศูนย์กลางของผู้ถือหุ้นรายย่อย ผมฝากคำถามว่าวันนี้เขาทำเพื่อผลประโยชน์ของใครกันแน่ เพราะผมไม่เชื่อว่า ผู้ถือหุ้นวันนี้ กับเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน มันไม่ใช่แล้ว ผู้ถือหุ้นรายย่อยส่วนใหญ่ขายออกไปหมดแล้ว

 

เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นวันนี้ กับเมื่อ 6-7 ปีก่อน ผมคิดว่าเป็นคนละกลุ่มกันแล้ว ที่เหลืออยู่ก็คงไม่มากแล้ว ขณะเดียวกันกลุ่มเจ้าหนี้จากการเข้าฟื้นฟูหรือการล้มละลาย ยังอยู่ในแผนและมีการทยอยชำระแล้ว

 

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อการท่องเที่ยว อย่างกาดดาราที่ต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ นายสุพรรณ กล่าวว่า กระทบมาก อันนี้คือสิ่งที่เขาตั้งใจ อยู่ๆไฟก็ไหม้ และมีข่าวดิสเครดิตตลอดเวลา เรื่องกาดดาราเรื่องร้านอาหาร  ระบบสาธารณูปโภคที่โรงแรมมี มีการดิสเครดิตตลอดเวลา ทั้งๆที่เราเองในฐานะผู้บริหารพื้นที่ เราพยายามทำดีที่สุด เพื่อประโยชน์กับธุรกิจ และประโยชน์กับชุมชนและคนเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้จะเดินหน้าทำต่อ ชีวิตต้องมูฟออนต่อไป

 

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกำลังต่อสู้กับผู้มีอิทธิพล กลัวหรือไม่ นายสุพรรณ กล่าวว่า "กลัวไหม กลัวครับ แต่ผมคิดว่าความจริงจะปกป้องผมเอง สังคมนี้คงไม่ใช่สังคมป่าเถื่อน"

 

ทั้งนี้ นายสุพรรณ กล่าวถึงการบริหารโรงแรมดาราเทวี ด้วยว่า ตอนเข้ามาบริหารโรงแรมดาราเทวี ผมเคยกล่าวไว้ว่า เรามีเจตนาที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านี้เชื่อมต่อกับสังคมและชุมชนมากขึ้น อันนี้เป็นที่มาของโครงการกาดดาราเทวี เปิดให้คนเชียงใหม่เข้ามาชื่นชมอารยะเหล่านี้ พื้นที่ของดาราเทวีจะเปิดสู่ชุมชนมากขึ้น ส่วนที่เราทำในเชิงพาณิชย์ เราจะมีร้านอาหาร มีกาดดารา มีอีเว้นท์ ซึ่งเป็นอีเว้นท์ประจำ ผมคิดว่าอันนี้เป็นโอกาสของคนเชียงใหม่ที่มาชื่นชมสถานที่และวัตถุที่สวยงาม

 

เจตนาที่จะทำให้ชาวบ้าน คนเชียงใหม่แท้ๆ เห็นได้ชัดว่าการจัดอีเว้นท์หรือกาดดาราแต่ละครั้ง กลุ่มคนๆหนึ่งที่เราให้สิทธิพิเศษ คือ ชุมชนรอบๆ การเปิดตัวของโรงแรมดาราเทวีควรจะเอื้อกับชุมชน โดยเฉพาะชุมชนรอบๆข้าง เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นเรามีชาวบ้านมาวางของขาย มีชาวบ้านมาแสดงศิลปหัตถกรรม รวมถึงการเปิดคอร์สสอนด้วย เรายังยืนยันเจตนารมณ์ ส่วนหนึ่งของโรงแรมดาราเทวี ต้องเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

 

สำหรับแผนระยะยาว เราจะมุ่งเน้นรีโนเวทโรงแรม และคืนความเป็นโรงแรมกลับให้เชียงใหม่ โรงแรมที่เป็นลักษณะของดาราเทวี ผมคิดว่าหายากในประเทศไทย นอกจากเราคืนความสวยงามให้กับชุมชนแล้ว ผมขอเรียนเชิญล่วงหน้านักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาเห็นความวิจิตรของโรงแรมลักษณะนี้ ภายในปีนี้ผมจะทยอยเปิดโรงแรมมากขึ้น