พล.ต.ต.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 ให้ข้อมูลภายหลังจากที่เข้าตรวจสอบซากเครื่องบินว่า จากการดูสภาพเครื่องจากด้านนอกทุกด้าน ซากเครื่องบินที่เห็นหลังจากดึงเข้ามาหาฝั่งแล้ว ไม่มีความเสียหาย เพราะการดึงเป็นการใช้แรงน้ำลอยน้ำเข้ามา
และเครื่องบินระหว่างห้องโดยสารเกือบแยกออกจากกัน โดยมีลักษณะฉีกขาด บริเวณหัวเครื่องบินมีลักษณะคอพับ จนสามารถมองเห็นเครื่องยนต์ภายในได้ ส่วนช่วงปลายของปีกด้านซ้ายและขวาได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก, ขณะบริเวณหางเครื่องบินพบว่าเกือบฉีกขาดออกตัวเครื่อง
"จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ตัวเครื่องยนต์ มี 2 เครื่องอยู่ที่ปีกซ้าย และปีกขวา ของเครื่อง แต่พบว่า เครื่องยนต์ที่ปีกขวาเสียหายหนัก ใบพัดหลุดหน้าเครื่องบินสภาพค่อนข้างถูกอัดเข้ามายังที่นั่งของนั่งบิน เรียกว่าพังยับ ซึ่งทั้งหมดต้องถ่ายภาพไว้ก่อน จากนั้นจึงจะยกขึ้นมาบนฝั่ง แล้วทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง" พล.ต.ต.กำธร กล่าว
พล.ต.ต.กำธร เปิดเผยด้วยว่า สำหรับขั้นตอนการยกซากเครื่องบินจากฝั่ง ขึ้นมาบนบก ได้ใช้เครนขนาด 50 ตัน ในการยกขึ้นมา ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้น เจ้าหน้าที่ ก็จะใช้หลักการตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อดูความเสียหายว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากทุกส่วน ของเครื่องบิน
ขณะที่ กล่องดำของเครื่องบิน ก็จะต้องผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผลิตเครื่องบิน มาร่วมทำการตรวจสอบพร้อมกัน โดยมีการประสานไปที่ประเทศแคนนาดาแล้ว และนัดหมายจะร่วมทำการตรวจสอบพร้อมกันในวันจันทร์ ที่ 28 เม.ย.นี้
นอกจากนี้ยังพบว่า มีชิ้นส่วนของเครื่องบิน หลายชิ้นที่แตกออกจากตัวเครื่อง ทั้งชิ้นส่วนของประตูทางขึ้นของเครื่องบิน, ส่วนครอบของเรดาห์, ส่วนลำตัวเครื่องบินที่แตก ซึ่งจะต้องดูชิ้นส่วนว่า มีองค์ประกอบที่แตกออกไปว่าอยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง เพราะการแตกออกเกิดจากแรงกระแทก