ด้าน พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก บอกเบื้องต้นภายหลังการตรวจค้นและจับกุมพันเอกหญิงกัญญารัตน์ ว่า เจ้าหน้าที่ได้ไปรับตัวมาจากที่พัก และนำตัวมาตรวจค้นห้องที่เช่าไว้ ซึ่งเป็นร้านซักรีด และจากการตรวจค้นทำให้ได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม จากที่มีพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ และขณะนี้ พันเอกหญิงกัญญารัตน์ ยังไม่ได้ให้การใดๆ แต่ภาพรวมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยังไม่ทราบว่า สาเหตุที่เจ้าตัวป่วยเป็นเพราะอะไร เนื่องจากทราบว่าพันเอกหญิงกัญญารัตน์ ลาที่ทำงานเพื่อไปหาหมอ
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกเบื้องต้นว่า จากการเข้าตรวจค้นห้องพักชั้น 32 ยังไม่เจอตัวยาเพิ่มเติม แต่ได้ยึดสมุดบัญชีธนาคารไปทำการตรวจสอบ ส่วนถุงกระสอบที่ตรวจยึดก็เป็นพยานหลักฐานหนึ่งที่ได้จากการตรวจค้น และจะนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมหลังจากนี้ โดยภายหลังตรวจค้นเสร็จสิ้น ตำรวจได้คุมตัวพันเอกหญิงกลับมาดำเนินคดี และสอบปากคำ ที่ บก.ปปป. ทันที
ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวน พบว่า เมื่อนำยามาพักไว้ร้านซักรีด ย่านพระราม 4 แล้ว มีการส่งยาไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ให้กับบุคคลที่ประกอบธุรกิจขายยา เพื่อให้ทำหน้าที่ในการกระจายยา นำเข้ามาในระบบยาที่เป็นยี่ปั๊วเถื่อน ซึ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และนำเข้าสู่ร้านขายยา
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ พันเอกหญิง กัญญารัตน์ พบว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2561-2568 มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีรวมกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายจากการทุจริตดังกล่าวพบเงินหมุนเวียนในขบวนการนี้ ตั้งแต่ปี2561 มีประมาณ 80 ล้านบาท
สำหรับพันเอกหญิงกัญญารัตน์ ถูกดำเนินคดีในข้อหา "เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157 ,เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ,เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร อันเป็นเท็จ,เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ"
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมแม่ข่าย และผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการ รวมถึงเข้าตรวจค้นร้านขายยาในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 11จุด และชลบุรี อีกด้วย