ลุยปราบแก๊งคอลฝั่งลาว เจอแอบตั้งเสาส่งสัญญาณ 3 จุดชายแดนหนองคาย
25 ก.พ. 2568 | titayu_pur

ลุยปราบแก๊งคอลฝั่งลาว กสทช.เจอแอบตั้งเสาส่งสัญญาณ 3 จุดชายแดนหนองคาย มือดีจมูกไวชิงตัดสายก่อนถูกพบ เลขาธิการ กสทช.บอกงานนี้คิดดีไม่ได้จริงๆ
ข่าว
25 ก.พ. 2568 | titayu_pur

ลุยปราบแก๊งคอลฝั่งลาว กสทช.เจอแอบตั้งเสาส่งสัญญาณ 3 จุดชายแดนหนองคาย มือดีจมูกไวชิงตัดสายก่อนถูกพบ เลขาธิการ กสทช.บอกงานนี้คิดดีไม่ได้จริงๆ
25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ชายแดน จ.หนองคาย กสทช. นำโดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 2 ซึ่งครอบคลุมการดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตำรวจภูธร จ.หนองคาย และกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (สอท.3) นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบการให้บริการโทรคมนาคมบริเวณชายแดนใน อ. เมือง จ.หนองคาย 3 จุด
จุดแรก เป็นโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สถานที่ดังกล่าว มีสายอากาศแบบโครงข่ายไร้สายระยะไกล หรือจานไวเลส ลิงก์ สำหรับส่งสัญญานอินเตอร์เน็ต โดยมีความสูง ของเสา 37.4 เมตร หันหน้าจานส่งสัญญานอินเตอร์เน็ตไปทางฝั่งประเทศลาว ซึ่งเชื่อว่า การตั้งจานดังกล่าว อาจจะมีวัตถุประสงค์การใช้งานบางอย่างที่จะส่งออกไป โดยมีความห่างจากชายแดนเพียง 1.24กิโลเมตร ซึ่งจุดนี้ถือเป็นเป้าหมายสำคัญ
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายค้น แจ้งกับผู้จัดการโรงแรม และทางโรงแรมได้ให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้นเป็นอย่างดี ซึ่งจากการตรวจค้น บริเวณชั้นดาดฟ้า พบว่า มีจานไวเลสลิงก์ จำนวน 2 จาน ถูกติดตั้งอยู่ลักษณะจานสัญญานหันหน้าจานไปทางฝั่งประเทศลาวชัดเจน และมีการเสียบสายบริเวณตัวจานไว้ใช้งาน แต่เมื่อตรวจสอบมายังช่วงกลางๆ จนถึงปลายสาย พบว่า สายถูกตัดออก แต่เจ้าหน้าที่คาดว่า เพิ่งจะมีการตัดได้ไม่นาน เพราะร่องรอยการตัดค่อนข้างใหม่ เจ้าหน้าที่จึงได้ถอดจานไวเลสลิงค์ดังกล่าว ยึดไว้เป็นของกลาง และไปดำเนินการทางกฎหมายและตรวจสอบเพิ่มเติม
นอกจากนี้ บริเวณดาดฟ้าของโรงแรม ยังพบมีการติดตั้งเสาอากาศที่ใช้ส่งสัญญานโทรศัพท์ หันหน้าไปทางฝั่งประเทศลาวด้วยเช่นกัน และบางส่วนพบว่า ได้ถอดออกมาแล้ว
นายไตรรัตน์ ระบุว่า จากการเข้าตรวจสอบพบว่า มีจานไวเลิสลิงค์ ที่ไม่ได้ให้ดำเนินการ ถือว่าผิดกฎหมาย หลังจากนี้จะไปสอบถามปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตว่า ใช้เพื่ออะไร และจะต้องขยายผลต่อว่า เป็นการติดตั้งเองหรือให้เช่าพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่า จานในลักษณะนี้ ห้ามใช้งาน
ทั้งนี้ อาจะตั้งข้อสังเกตุได้ว่า ส่วนใหญ่การติดตั้งจานไวเลสลิงค์ ลักษณะนี้ จะใช้ทางที่ไม่ดี และจุดที่เข้าจรวจสอบ มีการใช้ถึง 2 จาน ทำให้กำลังการส่งสัญญานยิ่งมีกำลังแรง เพื่อให้ภาครับไปใช้ต่อ ดังนั้นจึงต้อดูว่าเอาไปใช้ทำอะไร ระยะการส่งไกลแค่ไหน เพราะระยะทางจากโรงแรม ห่างจากชายแดนแค่กิโลเมตรกว่าๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าห่างในระยะนี้ สันนิษฐานได้ว่า อาจจะทำอะไรไม่ดีๆ ได้หลายอย่าง ส่วนการดำเนินการทางกฎหมาย จะต้องไปทำการขยายผล และตรวจสอบการให้บริการ เพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ผู้จัดการโรงแรม ให้ข้อมูลว่า จานไวเลสลิ้งค์ 2 จาน ทางโรงแรมไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด ซึ่งจากนี้จะเร่งติดตามตัวเพื่อ ไปให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
ส่วนการเข้าตรวจค้นอีก 2 จุด รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. บอกว่า ลักษณะเป็นอะพาร์ตเม้นต์ โดย จุดที่ 2 อยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 7 กิโลเมตร อาจจะเป็นการคลุมเครือว่า ใช้ในบริเวณตะเข็บชายแดนหรือไม่ ส่วนจุดที่ 3 ห่างจากชายแดนประมาณ 900 เมตร ซึ่ง จุดที่ 2และ 3 ก็ถือว่ามีอุปกรณ์โทรคมนาคมติดตั้งอยู่ในลักษณะผิดกฎหมายเช่นกัน
ดังนั้น ทั้ง 3 จุด หากมีการติดตั้งจานฯ ในระยะใกล้เคียงตามแนวชายแดน ก็อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า มีการตั้งสถานีเพื่อส่งสัญญาณ อินเทอร์เน็ตข้ามแดน และอาจ นําไปสู่การใช้การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเบื้องต้น ถือว่าทั้ง 3 จุด มีความผิดฐาน มีเครื่องวิทยุคมนาคม หรือจานไวเลสลิงค์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำและปรับ
ส่วนเสาอากาศสำหรับส่งสัญญานโทรศัพท์ ที่พบมีการหันสัญญานไปทางฝั่งประเทศลาวนั้น ได้ประสานโอเปอร์เรเตอร์ค่ายโทรศัพท์ เข้ามาทำการปรับลดเสาอากาศลง ให้อยู่ในระดับพื้นดินแล้ว
นายไตรรัตน์ ยังแจ้งเตือนอีกว่า สำหรับประชาชนที่จะติดตั้งอุปกรณ์ ส่งสัญญานการสื่อสารเหล่านี้ควรจะศึกษาก่อนว่า จะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานอย่างไรหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วหากมีการติดตั้งจะถูกมองไปในทางที่กระทำการไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน และขอให้ประชาชนอย่าให้ความร่วมมือกับและศึกษาให้ดีด้วย