ข. กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญ
1.นางชนิญญา ชัยสุวรรณ อดีตอธิบดรอัยการคดียาเสพติด
2.นายนันทศักดิ์ พูลสุข อดีตผู้ตรวจการอัยการเเละอธิบดีอัยการคดีพิเศษ
3.นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ข้าราชการอัยการบำนาญ
4.นายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ อดีตรองอัยการสูงสุด เเละอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา
5.นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล ข้าราชการบำนาญอดีตเลขานุการอัยการสูงสุด เเละอดีตเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดคนเเรกของสำนักงาน
6.นายวิภาส สระรักษ์ อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเเรงงานภาค 6
7.นายศิริศักดิ์ อัครปรีดี อดีตอธิบดีอัยการภาค 2
8.นายสุทธิ กิตติศุภพร อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้
9.นายอภิชาต อาสภวิริยะ อดีตอธิบดีอัยการคดีศาลสูง
ค. กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป
1.นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต
2.นายคำนึง วงษ์ทวีทรัพย์ อธิบดีอัยการภาค 3
3.นายชัย จันเฮียงมิ่ง อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1
4.นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ
4.นายณรงค์ ศรีระสันต์ รองอธิบดีอัยการภาค 9
5.นายต่อศักดิ์ บูรณะเรืองโรจน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ
6.นายตะวัน สุขยิรัญ อัยการพิเศษ ฝ่ายคดีปกครองสงขลา1
7.นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงาน 1
8.นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง เลขานุการรองอัยการสูงสุด
9.นายรมย์ศักย์ ธรรมชัยเดชา รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง
10.นายสมชาย พนมรักษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคณะกรรมการอัยการ3
11.นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา
12.นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร
สำหรับคณะกรรมการ ก.อ.นั้น ประกอบด้วยประธานกรรมการอัยการ จำนวน 1 คนที่ปัจจุบันไม่ใช่ข้าราชการอัยการเเละมีคุณสมบัติตามกฎหมายมาจากการเลือกตั้งของพนักงานอัยการทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันคือ นายเรวัตร จันทรประเสริฐ อดีตรองอัยการสูงสุดเป็นประธาน เเละให้มีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่ง ทั้งให้รวมรองอัยการสูงสุดตั้งเเต่อาวุโสอันดับ 1-5 เป็น ก.อ.โดยตำแหน่งเช่นเดียวกัน ส่วนอีก 7 คนที่เหลือจะเป็นอัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) เเละประเภทข้าราชการอัยการชั้น5ขึ้นไป4 คน โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ.
ทั้งนี้ กรรมการ ก.อ. ทั้ง 15 คน เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาความเหมาะสมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทุกระดับ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษทางวินัยข้าราชการอัยการที่กระทำผิดระเบียบ รวมทั้งการพิจารณาออกระเบียบบริหารงานบุคคลอัตรากำลังข้าราชการฝ่ายอัยการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มผู้สมัครกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กรฯ ที่จะมีโอกาสได้รับเลือก 2 คน จะมีคนที่มีบทบาทโดดเด่น ได้เเก่ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เนื่องจากสํานักงานอัยการสูงสุดจะถือเป็น บุคคลที่สํานักงานอัยการสูงสุด ถือว่ามีบทบาทสําคัญแล้วจะต้องอาศัยความรู้ความสามารถจากบุคคลดังกล่าวในเรื่องการเงินและงบประมาณก็คือผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ซึ่งผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ก็จะได้เป็น ก.อ.ที่.อัยการทั่วประเทศพร้อมใจกันเลือกแทบทุกปีทุกสมัยถือเป็นเต็งหนึ่งในสายนี้
ส่วนอีก 2 คนคือ นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทน่าสนใจ เพราะว่ามีความสามารถเคยเป็นผู้เข้าอบรมหลักสูตรอธิบดีอัยการรุ่น 14 เเละเนื่องด้วยความเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงมีนโยบายสําคัญจะเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์เชิงรุกระหว่างสํานักงานสูงสุดทั่วประเทศ กับสํานักงาน กับประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นเครือข่ายทีมงานทั่วประเทศวิทยุแห่งประเทศไทย รวมทั้งช่อง 11 ก็มีความสามารถที่จะทํางานเชิงรุกเพื่อพี่น้องประชาชนได้ดี รวมถึงมีเพื่อนในรุ่มอบรมหลักสูตร เเละผู้ใหญ่ระดับสูงที่เคยอยู่ในองค์กรอัยการที่มีฐานเสียงเป็นลูกศิษย์อัยการให้การสนับสนุน
ส่วนที่น่าจับตามาแรงอีกคน รศ.ดร.ภูมิ คณบดีหลักสูตรนิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ดร.ภูมิ เนื่องจากมีความสนิทกับ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับความเชื่อใจจากอัยการทั่วประเทศ 2 คนเลือกเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชักนำพาเข้ามาเป็น กรรมการอัยการเพื่อให้ประโยชน์กับด้านวิชาการด้านกฎหมาย กับสํานักงานอัยการสูงสุด รวมถึงภาควิชามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒก็มีอัยการจากสำนักงานอัยการหลายคนไปเรียนเป็นนักศึกษาปริญญาเอก จึงมีฐานเสียงที่น่าจับตามองอีกคน
สำหรับ ดร.ภูมิ นอกจากมีดีกรีเป็นคณบดีและประธานหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต มศว.เเล้วยังดำรงตำเเหน่ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เเละคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา,ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายสถาบันพระปกเกล้า โดยครั้งที่แล้วลงเลือกตั้ง ก.อ.ได้คะเเนน 1,200 กว่าคะแนน ครั้งนี้น่าจะเข้าเป้าได้
ในส่วน ก.อ. ประเภทผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญ ตอนนี้ที่ขับเคี่ยวกันอยู่ตอนนี้ก็น่าจะมีตัวแปลกันอยู่ประกอบด้วย นายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ อดีตรองอัยการสูงสุด , นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ข้าราชการอัยการบำนาญ , นายศิริศักดิ์ อัครปรีดี อดีตอธิบดีอัยการภาค 2 ,นายยรรยง เดชภิรัตนมงคล ข้าราชการบำนาญ อดีตเลขานุการอัยการสูงสุด
นายพรศักดิ์ รองอัยการสูงสุด มีความโดดเด่นที่เป็นอัยการสายงานคดี ไต่เต้ามาจากในพื้นที่ภาค 3 สายอีสานเป็นหลัก ไม่ว่าจะนั่งตําแหน่ง อธิบดีอัยการศาลสูงภาค 3 อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง อาญาธนบุรี เเละอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ซึ่งต่างเป็นสำนักงานหลักของประเทศ ก่อนจะขึ้นมาเป็นผู้ตรวจการและรองอัยการสูงสด ซึ่งจะได้คะเเนนเสียงทั้งจากอัยการต่างจังหวัด เเละในพื้นที่ส่วนกลางที่จะเทคะแนนให้ อีกทั้งเป็นคนที่มีความเข้าใจการสั่งสํานวนคดีของราชการ ถ้ามีข้อตําหนิผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากการทําคดี รุ่นน้องอัยการก็เชื่อว่าตัวนายพรศักดิ์มีความเข้าในแนวทางของคนทํางานคดีมากที่สุดคนหนึ่งจึงเข้าอกเข้าใจคนทํางานที่มีผิดพลาดได้ สไตล์ผู้ใหญ่มีเมตตาเป็นคนมีหัวใจนักรบที่ทำให้รุ่นน้องอัยการสบายใจ
ส่วนนายศิริศักดิ์ อดีตอธิบดีอัยการภาค 2 เป็นอัยการที่มีภาพลักษณ์ดี เคยเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด ,อธิบดีอัยการสํานักงานนโยบายยุทธศาสตร์และงบประมาณ และมาเป็นอธิบดีอัยการภาค 2 ซึ่งอัยการน้องๆก็รู้จักดีว่าเป็นคนมีอัธยาศัยไมตรีเป็นคนนุ่มนวล
น่าสนใจอีกคนคือ นายประสิทธิ์ ข้าราชการอัยการบำนาญ ซึ่งก็เป็นอัยการผู้ใหญ่ แม้จะออกจากวงการอัยการไปนานมากแล้ว แต่ชื่อเสียงจะโดดเด่นมากเพราะไปทํางานในฐานะเป็นวุฒิสมาชิก (สว.) ในวุฒิสภา รวมทั้งยังเคยเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทํางานในสภาหลายยุคหลายสมัยก็เป็นคนที่อัยการในพื้นที่ภาค 7 ให้ความนิยมยิ่งนามสกุล ปทุมารักษ์ก็เป็นนักการเมืองในจังหวัดนครปฐมอยู่แล้วด้วยคะเเนนนิยมจึงมี
นายยรรยง เดชอภิรัชต์มงคล คนนี้ก็จะมีบทบาทที่เป็นที่รู้จักกันในฐานะเป็นเลขานุการนายอํานาจ เจษเจริญรัตน์ อัยการสูงสุดท่านที่เเล้วซึ่งนายยรรยงถือเป็นมือประสานเเละเป็นมือบริหารที่โดดเด่นของสำนักงานอัยการสูงสุด มีผลงานร่างระเบียบเเละกฎหมายสำคัญที่เป็นประโยชต์ต่อองค์กรเเละส่วนรวม ในสำนักงานอัยการสูงสุดทั้งนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้เป็นเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดคนเเรกของสำนักงานอัยการสูงสุด เทียบในสายบำนาญที่ลงสมัครครั้งนี้ ก็ถือเป็นคนที่ในองค์กรยังรู้จักเเละให้ความเชื่อใจในความรู้ความสามารถเเละฝีมือบริหารอยู่
ตัวเต็งก็จะอยู่ใน 4 คนนี้ โดยสายนี้สามารถเลือกเข้าไปเป็น ก.อ.ได้ 2 คน
ในส่วน ก.อ.ที่เป็นข้าราชการอัยการตัังเเต่ชั้น 5 ขึ้นไปที่จะต้องเลือก 4 คน
เต็ง 1 ตอนนี้ยังเป็นนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อธิบดีอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตฯ ดูได้จากคะแนนเลือกตั้ง ก.อ.ซ่อมเเทนตำเเหน่งของนายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ และการเลือกตั้งกรรมการเนติฯ รวมถึงนายโกวิทย์เคยเป็นอดีตอธิบดี อัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ(สพอ.) หรือครูใหญ่โรงเรียนอัยการ โดยมีบทบาทในการจัดอบรมบรรยายปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรบทบาทหน้าที่ของอัยการผู้ช่วยที่สอบได้รวมถึงพัฒนาเพิ่มพูลทักษะของข้าราชการอัยการทั้งหมด ซึ่งทำให้รู้จักอัยการรุ่นใหม่ที่ผ่านเข้าอบรมจำนวนมาก การลงเลือกตั้งคาดว่าได้คะแนนนิยม
ทั้งนี้ นายโกวิท เป็นอัยการสายบู๊ ดูงานคดีลูกหม้อสำนักงานคดีพิเศษเก่า เคยรับผิดชอบคดีม็อบการเมืองและคดีผู้มีอิทธิพลสำคัญก่อนย้ายกลับไปภาคใต้ มีบทบาทในเรื่องคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและคดีเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบสมัยเป็นอธิบดีอัยการปราบปรามทุจริตญภาค 8 ทำให้ชื่อเสียงนายโกวิทในภาคใต้เป็นที่นิยม ที่สำคัญ เป็นคิวที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในอนาคต ฐานเสียงก็จะมาจากผู้เข้าร่วมอบรมเเละอัยการในพื้นที่ภาคใต้ (ภาค8) ก็ทําให้มีบทบาทโดดเด่น
อีกคนคือ นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ ที่รับสำนวนคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนก่อนหน้านี้สมัยเป็นอัยการจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นจังหวัด สำคัญที่มีคดีสำคัญจำนวนมาก พอเข้าระดับฝ่ายก็มาอยู่ที่ที่สำนักงานอัยการคดีศาลสูงเเละสำนักงานคดีพิเศษซึ่งถือเป็นสำนักงานเกรดเอ เป็นอัยการมีฝีมือ ที่ผู้ใหญ่ไว้เนื้อเชื่อใจให้อยู่สำนักงานสำคัญมาโดยตลอด ด้วยความที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเเละยังเป็นคนนุ่มนวล เป็นที่รักของน้องๆ เพื่อนฝูง รวมถึงมีบทบาทเป็นสื่อกลาง ในการทำงานทั้งในองค์กรเเละนอกองค์กร
อย่างถ้ามีการถ้าประชุมกับหน่วยงานต่างๆ ภายนอกอย่างเช่นศาลยุติธรรมนายสุรเชษฐ์ ก็มักจะได้รับความไว้วางใจในการทำหน้าที่ ฐานเสียงก็จะมีทั้งในภาคใต้เนื่องจากเคยเป็นอัยการจังหวัดนาทวี เเละในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1 เเละภาค2ก็เป็นที่รู้จักเป็นคนที่อัยการรุ่นน้องสามารถมาถามหารือได้เนื่องจากมีความรู้ความสามารถ เเละมีมนุษย์สัมพันธ์ ที่ผ่านมาก็ช่วยสนับสนุนกิจกรรมของอัยการตลอดไม่ว่าจะด้านกีฬาหรือวิชาการ และจากการเลือกตั้ง กรรมการเนติฯที่ผ่านมาเเม้จะไม่ได้รับเลือกเเต่ก็มีคะเเนนทิ้งห่างกับคนที่ได้เเค่นิดเดียว ซึ่งก็มีการทําการบ้านต่อเนื่อง ยังเข้าถึงน้องๆในสำนักงาน มีการเดินตามแนวทางของนายพรชัย ชลวาณิชกุลซึ่งเคยเป็น ก.อ.ที่คะแนนท่วมท้นคนนึง
ตังเต็งอีกคนคือ นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 1 อดีตเลขานายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด คนนี้ก็เป็นรายการโดดเด่นเป็นประธานรุ่นหลักสูตรอธิบดีอัยการรุ่น 14 ซึ่งเป็นอัยการรุ่น 100ปีปีรุ่นเดียวกันกับนาย นายประยุทธ เพชรคุณ อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นอัยการที่ลงเลือกตั้งทั้งภายในภายนอกองค์กรกจะมีคะเเนนท่วมท้นได้เป็นอันดับ 1 ซึ่งทั้งคู่มีความสนิทเป็นเพื่อนรักกัน ฐานเสียงก็จะเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงเชื่อว่าจะได้ฐานเสียงจากของนายประยุทธ ไปด้วย
ที่น่าจับตามองในตอนหลังคือ นายคำนึง วงษ์ทวีทรัพย์ อธิบดีอัยการภาค 3 ก็ถือเป็นตัวเต็ง ในกลุ่มนี้ ด้วยเป็นเป็นคนมีบุคคลิกพิเศษเป็นคนเข้าถึงง่าย ไม่ถือตัวเป็นกันเองกับทุกคน รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับลูกน้อง เคยเป็นอดีตอธิบดีอัยการปราบปรามการทุจริตฯภาค 2 มีผลงานในคดีใหญ่ๆ คะเเนนเสียงจะเทมาจากพื้นที่ ภาค 2 ที่เคยรับการมายาวนาน รวมถึงจะได้จากพื้นที่ภาค 3 ที่ดำรงตำเเหน่งในปัจจุบันด้วยเนื่องจากการวางตัวที่เป็นกันเอง
ยังมีนายณรงค์ ศรีระสันต์ รองอธิบดีอัยการภาค 9 อดีตรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นอัยการที่มีบทบาทให้ความรู้กับประชาชน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ของประชนเเละอัยการ ล่าสุดได้ย้ายกลับพื้นที่บ้านเกิดในภาคใต้เชื่อว่าคะเเนนเสียงในภาค8 เเละ9 รวมถึงภาคกลางจะสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้ง ก.อ.ในครั้งนี้ มองว่าคะแนนน่าจะแตกกระจาย จะไม่ทีผู้ได้คะแนนทิ้งขาดสูงมาก คิดว่าได้คะแนน 1 พันต้นก็น่าจะได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.อ.ได้เเล้ว
โดยการเลือกตั้ง ก.อ.มีกำหนดส่งบัตรคืนภายในวันที่ 10 มี.ค. 2568 เเละนับคะแนนในวันที่ 11 มี.ค 2568 นี้
โดยนายประยุทธ เพชรคุณ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เเถลงภายหลังการประชุม ก.อ.เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2568 ถึงการเลือกตั้ง ก.อ.ความว่า กระผมจึงขอเชิญชวนพี่เพื่อนน้องชาวอัยการทั่วประเทศใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการอัยการเพื่อเป็นตัวแทนของท่านเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการอัยการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้สิทธิเลือกขอให้เลือกบคคลที่ยึดมั่นในความรัก สามัคคี และเข้าไปทำหน้าที่แทนท่าน ในการพัฒนาองค์กรอัยการ เข้าไปสนับสนุนผู้บริหารในการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของท่านอัยการสูงสุดและว่าที่อัยการสูงสุดท่านต่อไป จะต้องไม่ไปสร้างความแตกแยกขึ้นภายในองค์กร หรือชักจูงบุคคลภายนอกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และทำร้ายองค์กรอัยการที่เรารัก รวมถึงคนที่เราเลือกจะต้องเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนทุกท่านในที่ประชุม ก.อ.โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารงานบุคคล ดังนั้นวุฒิภาวะและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเลือกตั้งท่าน ก.อ. จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง