กระทั่งวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณตี 2-3 "ปอนด์ โอริโอ้" ชวนเพื่อนมาต้มน้ำกระท่อมดื่มที่ห้อง แต่ตนคัดค้านไว้ ว่าไม่ต้องมาได้ไหม ตนต้องการพักผ่อน เนื่องจากต้องตื่นไปฝึกงาน สร้างความไม่พอใจให้กับ "ปอนด์ โอริโอ้"
จากนั้นได้ทำร้ายร่างกายตน โดยมีการชกที่บริเวณใบหน้า เตะตัดขาเพื่อให้ตนล้มลง ก่อนกระทืบซ้ำ มีการบีบคอ จนคิ้วแตก จนตาตนปิด และภาพตัดไป
ถือเป็นครั้งแรกที่ถูก "ปอนด์ โอริโอ้" ลงมือทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นตนและ "ปอนด์ โอริโอ้" ยังไม่ได้เลิกลากัน เพราะตนไม่อยากมีปัญหา ประกอบกับคิดว่าอีกไม่กี่เดือนถ้าจบฝึกงานก็จะต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว
จนกระทั้งช่วงหลังๆตนต้องย้ายกลับบ้าน "ปอนด์ โอริโอ้" จึงบอกเลิกลา พร้อมกับนำตนไปแขวนด่าใน App bigo Live ซึ่งต้องว่าในแอฟนี้มีกลุ่มเพื่อนๆของ "ปอนด์ โอริโอ้" ที่อยู่ในกลุ่มโอริโอ้ หลายคน
ระหว่างที่คบกันนายปอนด์มีพฤติกรรมเหยียดคนอีสานอยู่แล้ว และมักจะเอาคนอื่น มาแขวนในไลฟ์เพื่อด่าทอ นอกจากนี้ตนเคยเจอพวก ต้า โอริโอ้ และ เผือก โอริโอ้ ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มโอริโอ้ด้วย มีพฤติกรรมไม่ต่างจากที่ออกข่าว
น้องบอมบ์ เผยอีก สาเหตุที่ตนไม่ได้ตัดสิ้นใจเข้าแจ้งความในช่วงแรกๆ เพราะกลัว และไม่อยากให้พ่อและแม่รู้เรื่อง กลัวท่านจะเสียใจ จึงเก็บความเจ็บใจนี้ไว้ จนกระทั้งตอนนี้ตนมีโอกาสแล้ว จึงอยากแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ถามว่าตอนนี้กลัวไหม บอกได้เลยว่าตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ท้ายที่สุดอยากฝากบอกว่า ถ้ากลับตัวตอนนี้ยังทันน่ะ
ซึ่งภายหลังการแถลงข่าว "กัน จอมหลัง" ได้โทรมาจากต่างประเทศ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอยากจะรีบกลับไปสะสางเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งระหว่างนี้ จะให้ทีมงาน พาตัวผู้เสียหายแต่ละเคส เข้าสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปก่อน ซึ่งหลังจากนี้จะมีเคสใหญ่ๆ ของกลุ่มโอริโอ้ นี้มาเปิดเผยอีก
วันพรุ่งนี้(3 ก.พ.68) ตนจะเผยคลิปเสียง ของตำรวจคนหนึ่ง ใน สภ.คลองหลวง ที่กำลังพูดคุยกับพ่อของหนึ่งในแก๊งโอริโอ้ ซึ่งใจความประมาณว่าให้คำปรึกษาว่าทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องติดคุก
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช้หน้าที่ของตำรวจเลย ตนก็ไม่เคยเห็นตำรวจคนไหนเขาทำกันแบบนี้
และในวันพรุ่งนี้จะเปิดผู้เสียหายอีกเคส ที่ถูกแก๊งนี้บุกไปให้ปืนจ่อหัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นการอุกอาจอย่างมาก
ทางด้าน ทีมงาน "กัน จอมพลัง" เผยว่า วันนี้นอกจากเคสของน้องบอมบ์แล้ว ทางทีงานได้พาน้องฟลุ๊ค ผู้เสียหาย ที่ถูกบังคับให้เคี้ยวก้นบุหรี่ไปชี้จุด ที่เกิดเหตุอีกด้วย
ดูคลิป