เกือบสูญเสียลูก แม่ นศ.ถูกยิงสาหัสเปิดใจ เล่าถึงความฝันของลูก
30 ม.ค. 2568 | prisana_tha

แม่ นศ.เปิดใจ ในวันที่เกือบสูญเสียลูกชาย หลังถูกอริดักทำร้าย เล่าถึงความฝัน และยินยอมให้เรียนสถาบันเดิมต่อ
ข่าว
30 ม.ค. 2568 | prisana_tha

แม่ นศ.เปิดใจ ในวันที่เกือบสูญเสียลูกชาย หลังถูกอริดักทำร้าย เล่าถึงความฝัน และยินยอมให้เรียนสถาบันเดิมต่อ
30 มกราคม 2568 จากเหตุ 2 คนร้าย ขี่รถจยย. ดักยิง นายนราวิทย์ (สงวนนามสกุล) นักศึกษามหาวิทยาลัยดัง กระสุนเข้าหน้าอก 2 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่ง รพ.ตำรวจ เหตุเกิดใกล้ห้างดัง บริเวณถนนพญาไท ตัดจุฬา 12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ท้องที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 22.50 น. วันที่ 29 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้ ที่ สน.ปทุมวัน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าการจับกุมคนร้าย ว่า คาดว่ามีผู้ก่อเหตุ 2 ราย เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุวางแผนมาอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการหลบหนี ส่วนเรื่องอาวุธคาดว่าใช้ปืนลูกโม่ เพราะไม่พบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ และจากการตรวจสอบเศษกระสุน พบเป็นอาวุธปืนขนาด .38 ขณะนี้อยู่ระหว่างการไล่กล้องวงจรปิดหาหลักฐานเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบมุ่งเน้นตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย สกัดจับ และป้องกันเหตุ เฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่
ขณะเดียวกัน น.ส.ธารารัตน์ อายุ 42 ปี แม่ของ นศ. ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจ สน.ปทุมวัน เปิดใจถึงสาเหตุว่า ไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของสถาบันหรือไม่ แต่ลูกกำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน แล้วมีรถจยย.ขับผ่านมายิงใส่ ลูกไม่เคยเป็นอริกับใคร มีความฝันอยากทำงานด้านโลจิสติกส์ จึงอยากมาเรียนที่นี่ เคยเตือนให้ลูกระวังตัวเองแล้ว แต่จะไม่บังคับถ้าลูกจะเรียนที่นี่ต่อไป เพราะถือเป็นความฝันของลูก ยอมรับว่าลูกชอบซื้อมีดมาสะสม เป็นการส่วนตัว แต่ไม่เคยพกพาออกไปข้างนอกและไปก่อเหตุอะไรกับใคร จึงไม่เคยเตือนเรื่องนี้
ในการเดินทางกลับบ้าน บางวันก็กลับบ้านไว บางวันก็กลับช้า แต่ช่วงนี้ทางมหาวิทยาลัยมีกิจกรรม จึงกลับช้ากว่าปกติเล็กน้อย ขณะเกิดเหตุก็เดินอยู่กับเพื่อนๆ แต่โดนยิงแค่คนเดียว และปกติลูกชายไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่ จะอยู่กับป้าที่ จ.สมุทรปราการ
เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุมีความกังวล หรือไม่กับการเรียนในสถาบันนี้ น.ส.ธารารัตน์ กล่าวว่า ลูกชายขออนุญาตเรียนที่นี่ เมื่อลูกอยากเรียนอะไร เราเป็นพ่อแม่ก็พร้อมสนับสนุน ก่อนหน้าก็ให้เขาระมัดระวังตัวเอง เพราะเวลากลับบ้านมืดก็อันตราย
หลังจากนี้ หากรักษาตัวจนหายดีแล้ว อยากให้ลูกระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น และหากยังอยากเรียนต่อ ก็พร้อมจะให้เรียน และมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสถาบัน แต่เกี่ยวกับตัวคนที่มาทำร้าย
เมื่อถามว่าก่อนหน้าลูกชายเคยมีปัญหากับใครมาก่อนหรือไม่ น.ส.ธารารัตน์ กล่าวว่า ก็ไม่นะ แต่อาจจะมีบ้างเรื่องของปัญหาระหว่างสถาบัน แต่ตนก็ได้บอกให้ระวังตัว และขอยืนยันว่าส่วนตัวลูกชายไม่มีปัญหากับใคร ไม่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับสถาบันและรุ่นพี่ให้ฟังมากนัก เพียงแค่บอกว่ารุ่นพี่ดูแลเป็นอย่างดี ขอยืนยันว่าลูกชายไม่เคยพกพาอาวุธออกนอกบ้าน แต่มีบ้างที่ซื้อมีด เก็บไว้ภายในบ้าน เพราะเป็นของสะสม ซึ่งมองว่าการซื้อมีดเป็นเรื่องปกติ