โดย นายไพบูลย์ ได้เข้าแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ และนำเข้าตรวจค้นทุกจุด ซึ่งพบว่า บ้านพักมี 2 หลัง คือ ของลูกสาวของนายไพบูลย์ คือ น.ส.ชนนิกานต์ ช่างฉาย สจ.กบินทร์บุรี เขต 7 และบ้านของ นายคมกริบ ช่างฉาย กำนันตำบลวังดาล ลูกชายของนายไพบูลย์ ที่เข้าตรวจค้น และยังมีห้องที่นายไพบูลย์ใช้เป็นที่พักอาศัยด้วย และนำตรวจยึดอาวุธปืน ให้เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจสอบด้วย
ซึ่งพบอาวุธปืน พกสั้น กึ่งโอโตเมติก 1 กระบอก/ และอาวุธปืนพกสั้น กึ่งโอโตเมติก ยี่ห้อ ซิ๊ก เซาเออร์ จำนวน 2 กระบอก ตรวจสอบแล้วมีทะเบียนทั้งหมด รวมถึง แมกกาซีน บรรจุกระสุน 3 อัน และเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. 29 นัด
โดย นายไพบูลย์ บอกว่า ไม่คิดว่าจะมาค้นบ้านตนเอง เพราะเมื่อวานก็ดูข่าวที่ประจันตคาม กับศรีมหาโพธิ ไม่นึกว่าจะมาถึงตนเอง และตนเองก็ไม่รู้ว่าที่มาค้นบ้านตนเองเพราะอะไร และยืนยันว่า ตนเองกับโกทร และสจ.โต้ง อยู่ระดับห่างกัน ตนอยู่ในระดับปลายแถว แต่รู้จักกับทั้งสองคน
ที่ตนเองมาเล่นการเมือง ไม่ได้ไปพึ่งพาใครเท่าไร เพียงแค่บอกให้ทราบเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่มีลูกน้องในการใช้ความรุนแรงไม่ใช่นักเลง ส่วนอาวุธปืนก็มีไว้แค่ป้องกันตัว ไปไหนก็ไม่เคยพกปืน จึงไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลและนักเลง
ส่วนเรื่องการลงเลือกตั้ง นายก อบจ. ตนเองไม่ได้คุยเพราะไม่ได้เข้าไปบ้านโกทร เข้าไปล่าสุดนานเป็นปีแล้ว และยังไม่เคยมีใครมาขอคะแนนเสียง ตามปกติ ถ้าใครจะมาสมัครก็มาขอให้ช่วยหาเสียง เพราะเป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมาตนเองไม่มีใครมาช่วยหาเสียงในการเลือกตั้ง นายกอบจ. แต่ยอมรับว่า มีการขอคำปรึกษาโกทร และ สจ.โต้ง เรื่องเลือกตั้งบ้าง เพราะรู้จักทุกฝ่าย
ขณะที่ น.ส.ชนนิกานต์ ช่างฉาย สจ.กบินทร์บุรี เขต 7 ลูกสาวของนายไพบูลย์ บอกด้วยว่า ที่ตนเองลง สจ.เพราะพ่อให้ลง และมีการลงพื้นที่หาเสียงกับชาวบ้านปกติ ไม่เคยไปขอเสียงสนับสนุนกับโกทรหรือสจ.โต้ง และไม่มีนะกการเมืองมาข่วยหาเสียงเพราะเป็นการลงเลือกตั้งซ่อม เป็นการลงอิสระ พร้อมยอมรับว่า เวลาประชุมสภา เคยเจอ สจ.โต้ง และ รองนายกอุ๊ แต่ไม่ได้สนิทกับใครเป็นการส่วนตัว ส่วนพ่อมีบารมีมากหรือไม่ เจ้าตัวไม่ขอตอบคำถาม
ทั้งนี้ยืนยันว่า พ่อไม่เคยเกี่ยวข้องกับความรุนแรง และไม่มีลูกน้องที่ใช้ความรุนแรง พร้อมยอมรับว่า ตกใจที่ตำรวจเข้ามาค้นบ้าน และคงเป็นขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และมีบ้างที่รู้สึกกลัวพอหลังเกิดเหตุการณ์
ด้าน นายคมกริบ ช่างฉาย กำนันตำบลวังดาล ลูกชายของนายไพบูลย์ บอกด้วยว่า ปืน 1 กระบอก ที่ตรวจพบเป็นของตนเองด้วย มีทะเบียนปืนถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตพกพา ทำให้ตนเองตกใจที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้น ทำอะไรไม่ถูก จึงโยกระสุนทิ้งคลอง แต่ยินดีให้ตำรวจตรวจสอบทุกอย่าง และตนเองก็ไม่ค่อยได้พกปืน แต่จะพกปืนทุกครั้งที่ออกตรวจเหตุในพื้นที่โดยเฉพาะเวลากลางคืน ที่ต้องพกปืนเพราะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
ยอมรับว่า ตนเองรู้จักกับ โกทร และสจ.โต้ง แต่ไม่ได้สนิท เจอตามงานก็จะทักทายกัน และยังไม่เคยพูดคุยเรื่องของการขอเสียงสนับสนุนเลือกตั้ง เพราะยังไม่ได้มีการรับสมัคร แต่เคยได้ยินข่าวว่าโกทรจะลงมานานแล้ว ไปๆมาๆจึงไม่รู้ใครจะลง ก็จะต้อรอดูวันรับสมัครอีกครั้ง และปกติชุดเขาจะลงคนเดียว
ตนเองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะช่วยใครระหว่างโกทรและสจ.โต้ง ต้องรอเขามาหาเสียงก่อนและดูความเหมาะสม ซึ่งการลงพื้นที่มาหาเสียง ก็เป็นการมาหาเสียงตามปกติหลังจากได้เบอร์ ไม่ได้มาเพื่อให้เป็นหัวคะแนน ส่วนใครจะมีอิทธิพลมากกว่ากันตนเองไม่ทราบ
ตนเองพึ่งจะเป็นกำนันได้ 6-7เดือน ยืนยันว่า การเล่นการเมืองของครอบครัวตนเองไม่ได้เป็นบ้านใหญ่ เพราะไม่มีผู้ติดตาม ไปไหนมาไหนก็คนเดียว และการที่ตำรวจมาค้นก็ให้ความร่วมมือ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโกทร มีเพียงการประสานงาน ทำโครงการเข้าไปเสนอโกทร ผ่านทาง อบต. เวลาจะของบประมาณเท่านั้น จึงทำให้รู้จักกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ส่วนเป้าหมายที่เหลืออีก 3 จุด คือ
1.บ้านของ นายสมเกียรติ คำดำ หรือ สจ.หลาย ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม
2.เต๊นท์รถจงเจริญ ของนายทวีศักดิ์ คำดำ หรือ สจ.จง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.ประจันตาคาม ซึ่ง นายสมเกียรติ และ นายทวีศักดิ์ เป็นพี่น้องกัน และเป็นคนใกล้ชิดกับโกทร ซึ่งจากการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
ส่วนเป้าหมายที่ 3 คือ บ้านของ นายอำพล อ้นจันทร์ อ.เมืองปราจีนบุรี ซึ่งพบข้อมูลว่า เป็นชุดอารักขาที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับโกทร แต่วันเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะออกมาจากบ้านก่อน
จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 19 นัด ปืนลูกกรด
ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องลูกกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 7 นัด มีทะเบียนถูกต้องทั้งหมด
ด้าน พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เผยภายหลังเข้าตรวจค้นว่า หลังได้รับนโยบายจาก ผบ.ตร.ให้มีการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในปราจีนบุรี ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่เข้าตรวจค้นเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับโกทรอีก 5 จุด 4 เป้าหมาย ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืน 9 มม. 3 กระบอก ลูกซองยาว 1กระบอก และปืนลูกกรด ในกลุ่มเครือข่าย 2 เป้าหมาย แต่อีก 2 เป้าหมายไม่พบตัวบุคคล โดยหลังจากนี้จะดำเนินการกวาดล้างต่อไปโดยเฉพาะคนที่เป็นมือไม้ให้กับผู้มีอิทธิพล
โดยเป้าหมายที่เข้าตรวจค้นวันนี้ เป็นคนที่เคยอยู่กลุ่มเดียวกันหมดแล้วมาแตกคอกัน และส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับโกทรเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเป็นการปราบไม่ให้คิดที่จะก่อเหตุ และปราบไม่ให้ใช้อิทธิพลให้ชาวบ้านเกรงกลัว
ส่วนการตรวจค้นจะมีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงพยานหลักฐานในการก่อเหตุหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน และจะเกี่ยวข้องกับการฮั๊วประมูลหรือไม่หรือเกี่ยวกับกลุ่มที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่จะต้องทำการสืบสวนต่อไป เพราะกลุ่มพวกนี้มีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว
ส่วนจุดที่เข้าตรวจค้นบ้านนายกอบต.วังดาลนั้น พบความเกราวข้องเชื่อมโยงกับโกทร เพราะ เป็นเครือข่ายที่ทำธุรกิจเกื้อหนุนกันอยู่ โดยเฉพาะเวลาจะลงสมัครเลือกตั้งจะต้องไปขออนุญาต หากไม่ขออนุญาตจะไม่ได้รับการสนุบสนุน ซึ่งหากมีการกวาดล้างจะช่วยลดอำนาจการมีอิทธิพลลงไปได้ และยืนยันว่า บ้านของนายกอบต.วังดาล ซึ่งถือเป็นนักการเมืองทั้งบ้านจะต้องได้รับการสนับสนุนจากโกทร ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะจะมีฐานเสียงครอบคลุมทั้งจังหวัดและจากข้อมูลยังไม่พบกลุ่มลูกน้องที่เคยใช้ความรุนแรง
ทั้งนี้ ยืนยันว่า การเข้าตรวจค้นของตำรวจเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล ไม่ได้ล่าช้า เพราะเจ้าหน้าที่ต้องหาพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน ในการขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้น ส่วนคดีที่เกิดขึ้นตำรวตได้รวบรวมพยานหลักฐานไปพอสมควรแล้ว จึงน่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนแต่การตรวจค้น เพื่อเป็นการป้องปรามให้ประชาชนอุ่นใจ เพื่อไม่ให้มีการแก้แค้นกันเกิดขึ้น
ส่วนกลุ่มฝั่งของ สจ.โต้ง ตำรวจก็มีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว หลังจากนี้จะทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และเข้าตรวจค้นหากใครมีหมายจับก็จะติดตามตัว เพราะลูกน้องของทั้งโกทร และสจ.โต้ง บางคนมีการหลบหนีหมายจับด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องวันรุ่นและมือปืนรุ่นใหม่ ที่ไม่ค่อยมีฐานข้อมูลต้องขึ้นอยู่กับการข่าวและระดมกวาดล้างเพื่อให้มีฐานข้อมูลมากขึ้น