“คิดว่าปัญหาจากการรื้อถอนอาคารจริง ๆ มี 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องเสียงและฝุ่นที่เกิดจากการรื้อถอน 2. ผลกระทบเรื่องการระบายน้ำ เพราะมีเศษหินเศษปูนตกลงไปในท่อระบายน้ำ 3. เรื่องความปลอดภัย เป็นหน้าที่ที่ต้องไปดูจุดที่เหมาะสม อาจมีผลกระทบบ้าง แต่ต้องมีการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง เป็นไปตามความเหมาะสม ซึ่งต้องหารือกัน แต่อย่างไรก็ตามครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กทม. ต้องไปปรับปรุงกระบวนการและกำชับให้เข้มข้นขึ้น” ผู้ว่าฯ ชัขขาติ กล่าวเพิ่มเติม
นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ กล่าวเสริมว่า เบื้องต้นคาดการณ์สาเหตุไว้ 2 เรื่องหลักคือ 1. การทำงานเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ 2. เป็นความบกพร่องหรือเป็นความเสียหายจากอุปกรณ์ยกที่เป็นตัวเครนนี้หรือไม่ เพราะหากไฟฟ้าลัดวงจรควรมีระบบเบรกเกอร์หรือเซฟตี้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงจะทราบสาเหตุที่แท้จริงได้
ในตอนท้าย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ว่า ได้เร่งคุยกับทุกหน่วยงาน สำหรับ กทม. ได้เร่งดำเนินการเปลี่ยนไส้กรอง น้ำมันเครื่อง รถราชการแล้ว จากการหารือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรอาจมีการเจาะอากาศให้ฝุ่นระบายขึ้นไปข้างบนได้ และในอาทิตย์หน้าจะมีการหารือเพิ่มเติมในการขึ้นบินทำฝนหลวง ว่าจะสามารถขยายสเกลในการบินได้อย่างไรบ้าง แต่ยังติดปัญหาเรื่องการบินในกรุงเทพฯ อาจต้องมีการประสานกับกระทรวงคมนาคม กองทัพอากาศ หารือร่วมกันเพิ่มเติม โดยให้กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพ ก็จะได้มีการนัดหมายหารือเพิ่มเติม