แนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า "ดาบใจ" เห็นถึงความผิดปกติ หลังจาก "สจ.โต้ง" เข้าไปส่ง โกทร ขึ้นนอนแล้วหายไป คุยกันนานผิดปกติ ดาบใจจึงได้เข้าไปถามลูกเขาของโกทรที่อยู่ในบ้าน บริเวณห้องกินข้าว ซึ่งอยู่คนละโซนกับห้องที่เกิดเหตุ ว่า ทำไมหายไปนาน แต่ได้รับคำตอบว่า "ให้พ่อลูกเขาคุยกัน" จากนั้นพอดาบใจเดินออกมา ก็มีเสียงปืนดังขึ้น
จากการสอบปากคำ เมื่อลูกน้องของสจ.โต้ง ได้ยินเสียงปืนทุกคนก็หลบเข้าที่กำบัง และตัวของดาบใจไม่ได้เป็นคนยิงตอบโต้ ทำให้ขณะนี้ ชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างการขยายผลด้วยว่า ในวันเกิดเหตุ บุคคลใดที่ยิงสวนปะทะกับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย
ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวอีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ "สจ.เจี๊ยบ" ลูกน้องของโกทร ที่อยู่ในอำเภอประจันตคาม และสามารถตรวจยึดปืน 4-5กระบอกได้ ส่งมอบให้พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนในวันเกิดเหตุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า ในช่วงบ่ายวันนี้พนักงานสอบสวนจะมีการประสานให้ตำรวจอีก 3 นาย ที่เป็นชุดดูแลความปลอดภัยของ สจ.โต้ง เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลในเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนบุคคลอื่นๆ อาทิ นายกฯตุ๋ย, รองนายกฯอุ๊ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเรียกมาสอบในช่วงเวลานี้ ซึ่งคาดการณ์ว่า บุคคลคนเหล่านี้ จะถูกเรียกตัวไปสอบหลัง ผบ.ตร.เซ็นต์คำสั่งโอนสำนวนให้ทางกองบังคับการปราบปรามแล้ว
ขณะที่ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีเบื้องต้นว่า ขณะนี้สอบปากคำ พยานแวดไปแล้ว 4 ปาก คือ ลูกเขยของโกทร หลานโกทร และแม่บ้านที่ สจ.จอย ภรรยาของสจ.โต้ง โทรไปให้ไปช่วยดู สจ.โต้ง หน่อย รวมถึงแม่บ้านอีกหนึ่งคน แต่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ
ส่วนตำรวจที่อยู่ในกลุ่มดูแลความปลอดภัยให้ สจ.โต้งพบว่า มีตำรวจ 4 คน และขณะนี้ อยู่ระหว่างการขยายผลว่าจะมีใครกระทำความผิดเพิ่มเติมอีกบ้าง ซึ่งยืนยันว่าการทำคดีจะทำตามข้อเท็จจริงไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบรถอัลพาร์ดของโกทร ที่ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากพบร่องรอยบริเวณไฟท้ายด้านขวาแตกเป็นรูขนาดใหญ่ จึงจะนำมาเปรียบเทียบกับวิถีกระสุน เพื่อหาว่ารอยแตกดังกล่าวเกิดจากวิถีกระสุนหรือเกิดจากอะไร รวมถึงเพื่อตรวจสอบหาพยานหลักฐาน ร่องรอยต่างๆเพิ่มเติมภายในรถด้วย