ทนายพัช กล่าวด้วยว่า วันนี้ยังมีเรื่องที่จะต้องติดตามก็คือ ตนจะไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่ออัยการสำนักงาน การสอบสวน ในความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ที่เคยได้ยื่นเเจ้งให้ทำการสอบสวนไปก่อนหน้านี้ กับชุดจับกุมที่นำโดยอดีตนายตำรวจคนดัง ซึ่งตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากแอมในการร้องเรียน การจับกุมเรื่องปกปิดชะตากรรมเมื่อจับกุมแอมแล้วไม่ได้แจ้งให้กรมการปกครองเเละสำนักงานอัยการสูงสุดทราบ เท่ากับเป็นเรื่องการปกปิดชะตากรรม จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ อันเป็นความผิดต่อแผ่นดิน เป็นหน้าที่ที่ตนต้องนำข้อมูลไปเเจ้ง ซึ่งก็ทราบล่าสุดว่าทางตำรวจยอมรับเเล้วว่าไม่ได้ทำตามขั้นตอนตามกฎหมายซึ่งขณะนั้นมีการประกาศใช้เเล้ว
ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา" ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เดินทางมาศาลอาญาเเละบังเอิญเจอกับ ทนายพัช ก็ได้เดินทางมาพูดคุยจับมือให้กำลังใจพร้อมหยอกล้อ
นายเดชา ระบุว่า วันนี้ตนได้เจอพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนได้เเจ้งว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีแอมไซยาไนด์ โดยจะขอให้ศาลเพิ่มโทษในส่วนของทนายพัช
ผู้สื่อข่าวถามว่าอำนาจการพิจารณาอุทธรณ์เป็นของอัยการศาลสูง อัยการเจ้าของสำนวนทราบได้อย่างไร นายเดชา กล่าวว่าใช่ๆ เขาคุยกันเเล้ว
สำหรับคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำพิพากษาประหารชีวิตนางสรารัตน์ หรือแอม ในคดีวางยาพิษทำให้นางสาวศิริพร หรือก้อย เสียชีวิต และพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.วิฑูรย์ อดีตสามีแอม เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน และจำคุก น.ส.ธันย์นิชา หรือทนายพัช เป็นเวลา 2 ปี ในข้อหา ช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง โดย พ.ต.ท.วิฑูรย์ และน.ส.ธันย์นิชา หรือทนายพัช ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลตีหลักทรัพย์คนละ 100,000 บาท