ส่วนประเด็นคลิปเสียง เป็นคลิปที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ที่ได้พูดคุยกับผู้จำหน่ายสินค้าของ "ดิไอคอน" ที่อยู่ในกลุ่ม “ครอบครัวดิไอคอน” เป็นการพูดคุยบันทึกที่จะส่งให้กับ "ดีเอสไอ" โดยส่วนตัวทราบว่า ในกลุ่มมี "หนอนบ่อนไส้" อยู่ จึงได้มีการส่งสารไปหาโดยตรง จะได้รู้ว่าในกลุ่ม 10,000 คน มีผู้เสียหายจริง ๆ เท่าไหร่ หากพบว่าคนในกลุ่มที่ได้มีการเบิกสินค้าไปแล้ว จำหน่ายสินค้าไปแล้ว แต่มาแจ้งความอ้างตัวเป็นผู้เสียหาย ก็จะมีการแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ
สำหรับการพูดคุยที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า มีลักษณะเป็นการพูดคุยกันในลักษณะข่มขู่ ประเด็นนี้ขอชี้แจงว่า ที่ในคลิปเสียง ตนบอกว่าจะขู่ดำเนินคดี ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีความผิดทางกฎหมาย เพราะไม่ได้ขู่ที่จะทำร้ายใคร ส่วนจะอ้างว่าหวาดกลัวนั้น ถ้าหากว่าไม่ผิดจริง จะกลัวเรื่องการดำเนินคดีทำไม ยืนยันเป็นการใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย
ส่วนมีการยกตัวอย่างไปหาบุคคลที่สามที่ถูกดำเนินคดี และ กำลังจะถูกดำเนินคดี แล้วทำให้เกิดความหวาดผวากับสมาชิกจนทำให้บางคนต้องกลับใจไปถอนแจ้งความ ถือว่าเป็นการวางแผนทีมทนายในการต่อสู้คดีหรือไม่ นายวิฑูรย์ กล่าวว่าประเด็นนี้ขอชี้แจงว่าต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ไม่อยากให้เป็นการใส่ร้ายใคร เพราะการที่บอสของ "ดิไอคอน" ถูกจับกุม ก็ไม่ได้ถือว่ามีการกระทำความผิด หรือ บริษัทมีการฉ้อโกง เนื่องจากศาลยังไม่ได้มีการตัดสิน ซึ่งคนกลุ่มนี้ ตนเองไม่ได้ระบุเส้นตายว่าต้องออกมาวันไหน แต่ทาง "ดีเอสไอ" ได้มีการกำหนดเวลาจนถึงแค่วันที่ 3 ธันวาคม นี้เท่านั้น
จ่อฟ้องหมิ่นประมาท "เอก สายไหม" 100 ล้าน
ส่วนกรณีที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ "เอก สายไหม" ที่ถูกออกหมายจับในวันนี้ ตนเองเพิ่งทราบเรื่องจากสื่อมวลชน ก็ไม่ได้รู้สึกตกใจ เพราะเป็นไปพยากรณ์เอาไว้ ที่พยากรณ์แม่น เพราะถือว่าเป็นไปตามประสบการณ์ เนื่องจากว่า "เอก สายไหม" มีพฤติกรรมทำให้คดีธรรมดาๆ เป็นคดีที่มีการโยงว่า จ่ายเงินให้หน่วยงานราชการ โยนไปถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จนตอนนั้น บริษัทดิไอคอนฯ กลายเป็นองค์กรอาชญากรรม ที่จ่ายเงินให้หน่วยงานต่างๆ อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงไปถึงจีนสีเทาด้วย
อย่างไรก็ตาม ตนเองได้ปรึกษากับทาง "บอสพอล" แล้วว่า หลังจากนี้ จะมีการแจ้งความดำเนินคดีฐานความผิดหมิ่นประมาทกับ "เอก สายไหม" รวมถึงจะเรียกร้องค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงินหลัก 100 ล้านบาท ส่วนหลังจากนี้ "เอก สายไหม" จะได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่ ก็มองว่าเป็นสิทธิ์ทางกฎหมาย ตนเองก็ยินดีด้วย แต่มองว่าลูกความตนเองไม่เคยได้รับโอกาสนี้เลย