ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบ ในฐานะพยาน เมื่อวานนี้ ( 18 พ.ย.2567) พบว่า ข้อมูลที่พนักงานสอบสวนได้รับค่อนข้างเป็นประโยชน์กับรูปคดีอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการติด GPS ในรถของ น.ส.จตุพร และ เรื่องขบวนการวางแผนตั้ง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" เป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีกองปราบกำลังให้ความสนใจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเตรียมประสานติดต่อไปยัง น.ส.จตุพร หรือ "เจ๊อ้อย" มาเข้าพบ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับทั้ง 2 เรื่องนี้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ขณะนี้ เชื่อว่า การหลอกลวงเงิน "เจ๊อ้อย" ของ นายษิทรา ทำกันเป็นขบวนการ และ น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 1-2 ราย ซึ่งชุดคลี่คลายคดีของกองปราบเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิด "ทนายตั้ม" กับพวก ได้อย่างแน่นอน