ส่วนบอสคนอื่น ๆ นอกจาก "บอสวิน" น่าจะรอจนครบ 7 ผลัดก่อนที่จะส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนแล้วจะยื่นประกันตัวในขั้นตอนนั้น แต่หาก ดีเอสไอ ไม่ค้านประกันตัวในระยะเวลาการฝากขังช่วงท้าย ๆ แล้ว ก็จะพิจารณายื่นเลยเช่นกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่า มีแนวคิดที่อยากจะขอให้กรมราขทัณฑ์ นำ "บอสวิน" ไปคุมขังที่โรงพยาบาลด้านนอกแทนด้วย เพราะทุกวันนี้ "บอสวิน" อยู่แดน 1 และมีออกมาหาหมอบ้าง เพราะมีใบรับรองแพทย์ โดยอาการขณะนี้ เกล็ดเลือดต่ำ แต่รายละเอียดสุขภาพไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งส่งไปที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
ส่วนกรณีที่นางสาวกฤษอนงค์ ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ทนายวิฑูรย์ บอกว่า ทั้ง 18 บอส โดยเฉพาะ "บอสวิน" และ "บอสปัน" ทราบข่าวแล้ว โดย "บอสปัน" ไม่มีท่าทีอะไร เพียงแต่ว่ารับทราบข้อมูลเท่านั้น แต่เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์ก็จะดำเนินการแยก นางสาวกฤษอนงค์ ไปอยู่คนละแดนกับบอสต่างๆ แต่เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว ก็อาจจะต้องเจอกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า "บอสปัน" สะใจหรือไม่ ที่นางสาวกฤษอนงค์ เข้าเรือนจำ ทนายวิฑูรย์ บอกว่า คงไม่ได้สนใจ และไม่กังวลใจ เพราะเขาไม่อยากเจอหน้าเฉยๆ
นักข่าวถามต่อว่า ไม่อยากเจอหน้าเพราะเหม็นขี้หน้า ใช่หรือไม่ ทนายวิฑูรย์ หัวเราะแล้วบอกว่า “พูดซะตรงเลย ก็ทำนองนั้น” ซึ่งที่เหม็นหน้า เพราะ "บอสปัน" ก็คิดเหมือนบอสฝั่งชายว่า กฤษอนงค์ เป็นต้นเหตุทำให้ดิไอคอนต้องแตก พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีประเด็นคลิปการก้มกราบเท้าตามที่เป็นกระแสข่าว
สำหรับพฤติกรรมของ นางสาวกฤษอนงค์ หากเข้าข่ายความผิด "พยายามกรรโชกทรัพย์" ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ซึ่งอาจจะไม่ต้องออกหมายจับ แต่ใช้เป็นหมายเรียกแทน กรณีดังกล่าวก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจในการพิจารณาของตำรวจว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่