เนชั่นทีวี

ข่าว

"อดีต ผบก.ชลบุรี" ฟ้อง "อดีต ผบช.ภ.2" ตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

01 พ.ย. 2567

"อดีต ผบก.ชลบุรี" ฟ้อง "อดีต ผบช.ภ.2" ตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

"อดีต ผบก.ชลบุรี" ยื่นฟ้อง "อดีต ผบช.ภ.2" สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยก "พ.ร.บ.ตร." ชี้ ไม่มีอำนาจตัังสอบ ระบุ ปล่อย รอง ผบ.ตร." ในขณะนั้นเข้าเเทรกเเซงคดีโดยไม่มีอำนาจ "ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 19 พ.ย.นี้"

1 พฤศจิกายน 2567 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบรางรถไฟ ตลิ่งชัน กทม. พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน อดีต ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางไปศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย อดีต ผบช.ภ.2

 

 

"อดีต ผบก.ชลบุรี" ฟ้อง "อดีต ผบช.ภ.2" ตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

 

ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดตาม ป.อาญา ม.157 กรณีกลั่นแกล้งออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยต่อ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศฯ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

"อดีต ผบก.ชลบุรี" ฟ้อง "อดีต ผบช.ภ.2" ตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

คำฟ้องโจทก์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุ โจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี มีพื้นที่รับผิดชอบภายในจังหวัดชลบุรี ส่วนจำเลยเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2มีอำนาจในการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้าราชการตำรวจภายในสังกัด มีพื้นที่รับผิดชอบ 8จังหวัด ในภาคตะวันออก เป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ในขณะนั้น

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2565  มีเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ร่วมกันทำร้ายร่างกายกลุ่มนักท่องเที่ยวหลายรายได้รับบาดเจ็บ โดยมีและใช้อาวุธปืน มีการใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่จังหวัดชลบุรีในหลังเกิดเหตุ โจทก์ในฐานะผู้บังคับการจังหวัด มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสวนสอบสวน

 

โดยมี พันตำรวจเอก ส. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสืบสวนจำนวน 13 นาย โดยมี พันตำรวจเอก ก. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน 

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2565  จำเลยในฐานะผู้บัญชาการตำรตำรวจภูรภาค 2 ได้มี คำสั่งตำรวจภูธรภาค 2 เรื่อง แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนสวนรวม หลักฐานและขยายผลในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย พลตำรวจตรี อ. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โจทก์ พลตำรวจตรี ธ. เป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พันตำรวจเอก ช. เป็นเลขานุการและมีพนักงานสอบสวน รวมทั้งสิ้น 12 นาย ทั้งยังแต่งตั้งพนักงานสืบสวนอีกจำนวน 17 นาย

 

 

นอกจากนี้ พลตำรวจเอก ส. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ในขณะนั้น) ผู้ได้รับมอบอำนาจ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ลงมากำกับดูแลการสอบสวนสืบสวนและติดตามคดีด้วยตนเอง แต่ไม่ได้ให้อำนาจ พลตำรวจเอก ส. ให้มีอำนาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานตำรวจอื่นเข้าทำการสืบสวนสอบสวนหรือ ติดตามคดีแทนได้

 

แต่ พลตำรวจเอก ส. กลับมีสั่งการด้วยวาจาให้ พันตำรวจเอก ข. ผู้กำกับการตรวจคนเข้า เมืองจังหวัด ต. (ในขณะนั้น) และพวกเข้าร่วมทำการสืบสวนสอบสวนโดยมิชอบ ด้วยการเป็นเจ้าพนักงานที่

 

แสดงตนเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนทั้งที่ตนเองไม่มีอำนาจหน้าที่นั้น อันเป็นความผิดตามมาตรา 171 แห่งพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561โดยมีเจตนา กลั่นแกล้งเพื่อให้โจทก์ต้องถูกดำเนินคดีและให้ได้รับโทษทางอาญาและทางวินัย (กรณีนี้โจทก์ได้กล่าวโทษแล้วคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.)