ขณะที่ โจทก์ อ้างพยาน เป็นเจ้าหน้าที่ไต่สวนของป.ป.ช. ที่มีความเห็นว่า โจทก์ไม่มีความผิด ป.ป.ช. จึงไม่รับเรื่อง แต่ศาลเห็นว่า จะรับฟังข้อมูลจากป.ป.ช. อย่างเดียวไม่ได้ ต้องพิเคราะห์ถึงพยาน หลักฐานและพฤติกรรมของโจทก์ด้วย โดยคณะกรรมการสอบวินัย เจรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานของโจทก์ มีความเห็นว่า โจทก์เข้าไปก้าวก่ายการแต่งตั้งโยกย้าย โดยอ้างว่า ชุดทำคดีไม่มีผลงาน ทั้งที่ช่วงปี 2561-2566 ชึดสืบสวนดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ กว่า 100 ราย ยึดทรัพย์ได้มากกว่า 2,000 ล้านและยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เรื่องยาเสพติด เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก การที่ชุดสืบสวนขยายผลไปจนผู้ต้องหาเพิ่ม เป็นการทำหน้าที่โดยสุจริต จนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้ บช.ปส. เป็นการทุ่มเททำงานเพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นตำรวจที่ดี
อีกทั้ง จำเลยที่ทำองค์กรเพื่อปกป้องคนดี เชื่อโดยสุจริตใจว่า โจทก์แต่งตั้งโยกย้ายชุดทำงาน ออกนอกหน่วยโดยไม่สมัครใจ เพราะไม่ทำตามคำสั่งเรื่องคดีนายอุปกิต การกระทำของจำเลยเป็นการทำโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม จึงไม่มีความผิด
พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอัจฉริยะ กล่าวว่า คดีที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ยื่นฟ้องตนเองนั้น ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่า ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบได้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และตามคำพิพากษาศาลก็สามารถพิสูจน์ความจริงได้ว่ามีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของ พ.ต.ท.มานะพงษ์ พนักงานสอบสวนกับพวกตำรวจชุดสอบสวน และมีการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ดังนั้นที่มาฟ้องตนเองว่าแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้น ศาลเห็นว่าการทำหน้าที่ของตนเองนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ได้กล่าวถึงคดีที่สองว่า ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค1 จังหวัดนนทบุรี จำนวน 27 คน แจ้งความหมิ่นประมาทนั้น ศาลอาญาก็มีคำพิพากษาว่า เป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริตและเป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมีสิ่งที่น่าสนใจ 4-5 ประเด็น
ประเด็นแรก ศาลเห็นว่าบาดแผลตามร่างกายแตงโม ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ ที่เป็นหัวใจสำคัญของคดีแตงโม เราสามารถพิสูจน์ได้ว่าบาดแผลของแตงโม ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ
ประเด็นที่สอง ขณะเกิดเหตุ แตงโมไม่ได้ไปปัสสาวะที่บริเวณท้ายเรือ ทำให้สิ่งที่แซนพูดกับพนักงานสอบสวนจึงคาดว่าไม่เป็นจริง ขณะที่มีการแก้ไขจีพีเอส เพื่อให้สอดคล้องกับผู้ต้องหาทั้งหมด ทั้งนี้ ประมาณ 10 วัน ก็จะมีการเผยแพร่คำพิพากษาได้
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษา ที่ให้ความเป็นธรรม ตนเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมของศาลได้ให้ความเป็นธรรมกับตนเองมาโดยตลอด และวันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ตนเองทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ และจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการทุกหน่วยงานต่อไป
ซึ่งเมื่อช่วงเช้าก่อนเข้าฟังคำพิพากษา ตนยืนยันว่าไม่ว่าจะแพ้ หรือชนะคดี ก็จะต้องสู้คดีกันต่อในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแต่อย่างน้อยคดีการเสียชีวิตของแตงโม ที่มีคนทั่วประเทศด่าตนเองนั้น ก็อยากจะบอกคนไทยและทั่วโลกว่า วันนี้น้องแตงโมได้รับความเป็นธรรมแล้ว คือน้องแตงโมไม่ได้ตกท้ายเรือ ไม่ได้เกิดบาดแผลจากใบพัดเรือ และมีตำรวจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหาบนเรือ
"วันนี้ตนดีใจ ที่สามารถทำให้ศาลมีคำพิพากษาว่า คดีแตงโมไม่ได้เกิดจากความประมาท ทำให้เชื่อว่า อาจจะเกิดจากการฆาตกรรมก็ได้ จึงอยากจะฝากพี่น้องคนไทยทั่วประเทศว่า ตนเองได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทำเพื่อน้องแตงโม ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก แต่วันนี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาแล้ว ก็ถือว่าพวกผมได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องให้กับน้องแตงโม ที่พี่น้องประชาชนเชื่อเหมือนตนเอง ว่าคดีของน้องแตงโมมีพิรุธสงสัย และเจ้าหน้าที่มีการเอื้อผลประโยชน์คนบนเรือ"
หลังจากนี้ ตนเองจะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจนนทบุรี ที่แจ้งความตนเองในข้อหาแจ้งความเท็จด้วย และเรียกค่าเสียหาย 27 ล้าน ศาลมองว่าเป็นการเรียกค่าเสียหายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานนั้น อัยการก็มีคำสั่งถึงที่สุดไม่ฟ้องตนเองแล้ว ดังนั้น ตนเองจะต้องเอากลับ 10 เท่านอกจากนี้ยังมีอีก 4-5 คดี ในเรื่องเดียวกัน เห็นว่าเมื่อสำนวนคดีแรก ศาลพิพากษายกฟ้องแล้วคดีอื่นก็น่าจะเป็นไปแนวทางเดียวกัน
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวสั้นๆว่า ในวันนี้เป็นเพียงศาลชั้นต้น ซึ่งคงต้องให้ทางทนายความ ที่จะดูข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงในการยื่นอุทธรณ์ต่อไป ตนก็ยังมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ก็คงต้องรอดูต่อไป แต่ในความเชื่อของตนจำเลยจะต้องได้รับผลจากสิ่งที่กระทำในอนาคต เพราะยังมีข้อเท็จจริง และความเห็นบางอย่างที่ยังไม่ตรงกัน
ด้านทนายความของ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดตอนนี้อยู่ในสำนวนของศาลแล้ว และเรามีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อมที่ปรากฏ ในขั้นต่อไปเราก็จะขอคัดถ่ายเอกสารคำพิพากษายืนยันว่า มั่นใจในชุดพยานหลักฐานเก่า ที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา