นอกจากนี้ยังพบว่า บอสพอล มีการพูดคุยกับบุคคลในฝ่ายการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในระดับสูงด้วย ส่วนตัวเลขการจ่ายส่วยให้กับ 5 หน่วยงาน และเทวดากว่าหมื่นล้านบาท ตามที่พยานเคยให้ข้อมูลไว้ จะเป็นตัวเลขที่แท้จริงหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องให้ตำรวจเป็นผู้สืบสวน
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า เรื่องของการทำธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล ที่ตนเคยออกมาเปิดเผยว่า มีบุคคลที่เป็นบอส หนึ่งในผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมคนสุดท้าย ได้โยกเงินดิจิตอล จากสกุลเงิน USDT ไปซื้อเงินดิจิทัลสกุลเงิน อีเธอร์เรียม หรือ ETH เพราะพบความผิดปกติในช่วงเวลาก่อนที่บอสคนนี้ถูกจับประมาณ 1 ชั่วโมง มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาทนั้น
หลังจากที่ตนมาร้องให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบ ก็พบความผิดปกติ เพราะวันรุ่งขึ้นพบว่า บัญชีสกุลเงินดิจิตอลนี้ มีการเปลี่ยนไปซื้อเงินสกุลดิจิตอลอื่น แทนอิเธอร์เรียม ที่เป็นการตั้งค่าการซื้อไว้แบบอัตโนมัติ ทำตนเชื่อว่า มีบุคคลที่อยู่ข้างนอก ที่ไม่ได้ถูกจับกุม เป็นผู้ทำธุรกรรมแทน และมีรหัสผ่าน 24 หลัก สำหรับเข้า Hardware Wallet ซึ่งตอนนี้ ตนก็พอจะทราบข้อมูลบ้างแล้วว่าเป็นใคร