ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าลักษณะธุรกิจขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ทางคณะตำรวจที่ทำงานจะต้องพยายามรวบรวมข้อเท็จจริง สรุปวินิจฉัยอย่างรอบคอบ ซึ่งภายในวันนี้จะพยายามระบุข้อความผิดให้ได้ว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกกล่าวหาในฐานความผิดเรื่องใดบ้าง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า ในชั้นแรกจะมุ่งไปที่ตัวผู้ประกอบการ(ผู้บริหารบริษัท) ก่อนว่า กระทำผิดประเภทไหน จากนั้นจึงเป็นการพิจารณาบุคคลที่เกี่ยวข้องว่าเข้าข่ายลักษณะความผิดของตัวการด้วย หรือเป็นเพียงผู้เข้าร่วม
สำหรับการเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียล หรือการแถลงข่าวที่ผ่านมาที่มีการระบุว่า ไม่ได้เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร บริษัทฯ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะให้การและกล่าวอ้างได้ทั้งหมด แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องยึดถึงคำให้การของผู้เสียหายด้วยว่า ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านั้นมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างในบริษัท กระบวนการของตำรวจคือการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบว่ากระทำความผิด ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ทั้งนี้ตราบใดที่เรื่องไปถึงศาล และศาลยังไม่พิพากษาว่าเป็นผู้ต้องหา พวกเขาก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้เราทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเรารู้ว่าพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้
อย่างไรก็ตาม คดีในอดีตคือบทเรียน บางครั้งตำรวจก็ถูกฟ้องกลับ ตนจึงกำชับว่าให้ทำอย่างรอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างแท้จริง พนักงานสอบสวนจึงจำเป็นต้องใช้ความละเอียด และรอบคอบในเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏรายละเอียดของเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายแต่ละท่านได้ถูกกระทำ