คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.กรวรรณ อายุ38ปี เจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือ ซอยบางแค14 แขวงและเขต บางแค กรุงเทพมหานคร เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.ชัยวัฒน์ ใจงาม รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม ว่า ช่วงกลางดึกได้ถูก คนร้ายเป็นชาย สักยันต์เต็มตัว ใช้ไขควงงัดประตูกระจกของร้าน เข้าไปขโมยเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด โทรศัพท์มือของลูกค้าที่นำมาซ่อม จำนวน 8 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง แท็ปเล็ต ipad gen9wifi 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iphone11 1เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ realme 9 proplus 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ redmi note10 1เครื่อง โมเดลสินค้าตัวโชว์อีก 30 ตัว แล้วหลบหนีไป จึงมาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้
หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ปราโมทย์ จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนจรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดภายในร้านทำให้เห็นลายสักเต็มตัว ซึ่งตรงกับนายธนกฤต ที่เคยมีประวัติถูกจับที่สน.เพชรเกษม ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ จึงไล่กล้องตลอดเส้ยทางหลบหนี จนกระทั่งตามไปรวบตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นายแป๊ะลาย ให้การว่า เพิ่งออกจากคุก ในข้อหาลักทรัพย์มาได้ 1 ปี เริ่มคบหากับแฟน ซึ่งเป็นลูกของเพื่อนพ่อ เคยไปสมัครงานที่บริษัทแฟน แต่ก็ถูกไล่ออก เพราะขาดงานบ่อย ช่วงนี้จึงตกงาน ช่วงทำงานได้รู้จักกับนายไท เป็นคนลาว สนิทกัน จึงชวนกันมาก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านโทรศัพท์ ซึ่งร้านค้าต่างๆมักไม่มีรั้วรอบขอบชิดและไม่มีคนนอนเฝ้า โดยตนกับนายไทจะขี่รถจยย. ตระเวนดูเป้าหมายที่แน่ใจได้ว่า ไม่มีคนอยู่แน่นอน จะตัดกุญแจบ้าง ปีนเข้าด้านหลังบ้าง เข้าไปลักทรัพย์ หากได้สิ่งของมีค่าก็จะเอาไปขายในตลาดมืด นำเงินมาแบ่งกัน ส่วนตนนำไปซื้อยาไอซ์เสพ ส่วนนายไท เดินทางกลับประเทศลาวไปแล้ว ชีวิตตนเกิดมาอาภัพก่อเหตุลักทรัพย์ตั้งแต่เด็ก ติดคุกครั้งแรกอายุ 13 ปี และติดต่อมาเรื่อยๆอีกหลายคดี เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น
จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบปี 60 ต้องคดีลักทรัพย์ สน.เพชรเกษม ปี 63 คดีลักทรัพย์ สน.บางขุนเทียน 2 คดี ปี 66 คดียาเสพติด สภ.คูคต ปี66 คดีลักทรัพย์ สภ.คูคต ปี 67 คดีลักทรัพย์ สน.หนองแขม และคดีลักทรัพย์ที่ สน.ภาษีเจริญ
หากโรงพักใดสงสัยว่านายธนกฤตลงมือก่อเหตุในพื้นที่ ก็สามารถนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่คนร้ายมีรอยสักเต็มตัวชัดเจน และใบแจ้งมาขออายัดตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปได้เลย