"บิ๊กต่อ" เข้าให้ปากคำคดีมีเส้นเงินเอี่ยวเว็บพนัน และ 18 ธุรกิจสีเทา
17 ก.ย. 2567

"บิ๊กต่อ" เข้าให้ปากคำคดีมีเส้นเงินเอี่ยวเว็บพนันและ 18 ธุรกิจสีเทา ด้าน กร.ตร.ยันเอาผิดย้อนหลังได้แม้จะเกษียณ หากผิดจริง
ข่าว
17 ก.ย. 2567

"บิ๊กต่อ" เข้าให้ปากคำคดีมีเส้นเงินเอี่ยวเว็บพนันและ 18 ธุรกิจสีเทา ด้าน กร.ตร.ยันเอาผิดย้อนหลังได้แม้จะเกษียณ หากผิดจริง
17 กันยายน 2567 มีรายงานว่าวันนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ กร.ตร. กรณีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ 18 ธุรกิจสีเทา และเว็บพนันออนไลน์ ซึ่ง ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไว้ก่อนหน้านี้
โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางเข้าให้ข้อมูลในเวลา 11.00 น. ใช้เวลาให้ข้อมูลนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐาน ที่นำมาชี้แจงกับคณะกรรมการ เชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้
ขณะที่ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธาน กร.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้นำหลักฐานเอกสารและถ้อยคำมาชี้แจงต่อคณะกรรมการในฐานะพยาน ในทุกประเด็นที่คณะกรรมการสอบถามตั้งประเด็นไว้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งในแต่ละประเด็นจะต้องมีการพิจารณาของคณะกรรมการอย่างละเอียดรอบคอบ คาดว่าจะใช้เวลานาน มีกรอบระยะเวลา 180 วัน ในกรอบเวลานี้จะต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จ แต่หากไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขยายกรอบเวลาได้อีก 60 วันตามความจำเป็น
ส่วนที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จะเกษียณอายุราชการนั้น จะนำไปตีความในข้อกฎหมาย แต่คณะกรรมการเชื่อว่า จะดำเนินการต่อได้หากพบมูลความผิด ก็สามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการย้อนหลังได้ โดยเฉพาะโทษทางวินัย ก็จะส่งไปให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่หากผิดทางอาญา ก็จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ชี้มูล
ขณะที่ ทนายตั้ม ได้เดินทางไปที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามการให้ข้อมูลของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่ร้องเอาไว้ พร้อมเปิดเผยว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย ที่คณะกรรมการชุดนี้มีความกล้า ไม่เกรงกลัวอิทธิพล ด้วยการเรียกตัว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มาให้ข้อมูลในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำรวจชุดอื่นๆ คดียังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งที่ตนร้องเรียนไปหมดแล้ว ดังนั้นตนเองจึงชื่นชมคณะกรรมการ ก.ร.ตร. ชุดนี้ที่มีความตั้งใจในการทำงาน
ทนายตั้ม ยังระบุว่า การสอบปากคำของคณะกรรมการชุดนี้ จะมีผลต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แน่นอน แม้ว่าผลจะออกภายหลังเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนนี้ไปแล้วก็ตาม ซึ่งตนมั่นใจว่าผลการตรวจสอบของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ น่าจะไม่แตกต่างกับกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีความผิดลักษณะเดียวกันและถูกให้ออกจากราชการไปก่อนหน้านี้
และหลังจากสอบปากคำ พล.ต.อ.เอกต่อศักดิ์ แล้ว ตนจะไปสอบถามคณะกรรมการว่า ได้มีการเรียกภรรยาของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์, รองฟาง , และดาบยาว นายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เข้าให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ หรือจะเรียกมาเมื่อใด ซึ่งเป็นไปตามสิทธิ์ที่ตนสามารถรับรู้ได้ในฐานะผู้ร้อง พร้อมยืนยันส่วนตัวไม่ได้รู้จัก หรือมีความโกรธเคืองกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แต่ต้องการให้ดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน หาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ผิด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ก็ต้องผิด
ส่วนที่มาวันนี้ก็ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้ต้องการมาปะทะ หรือประจันหน้ากับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ แต่หากเจอกันก็จะยกมือไหว้ทักทาย ในฐานะที่ตนอายุน้อยกว่า และคงไม่มีการซักถามในเรื่องของคดีความ เพราะที่ผ่านมาสังคมรับรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องตอกย้ำ
ข่าวล่าสุด