จึงได้ไปถามนายตำรวจเจ้าของบ้านอีกว่าลูกชายปีนเข้ามาในบ้านแทนที่จะขอโทษแต่กลับมีอารมณ์และโวยวายใส่ทำตัวยิ่งใหญ่กว่าเดิม ทั้งที่มีเพื่อนบ้านเป็นตำรวจน่าจะพึ่งพาอาศัยได้แต่กลับมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตำรวจที่เป็นเพื่อนบ้านอยู่ได้ แต่ประชาชนที่มีครอบครัวเด็กเล็กและผู้หญิงอยู่บ้านไม่ได้ ทำแบบนี้ภาพลักษณ์องค์กรตำรวจเสียหาย อีกทั้งได้ข้อมูลว่าลูกชายอาจจะมีอาการเป็นเด็กพิเศษ ซึ่งตนเห็นว่านายตำรวจคนดังกล่าวเครียดจากงานการเลี้ยงลูก ต้องการให้ช่วยก็บอก แต่อย่ามาระบายอารมณ์กับชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่อง เพราะวันนี้ครอบครัวผู้เสียหายต้องการกลับไปอยู่บ้านแล้วแต่ก็กลับไม่ได้เพราะรู้สึกหวาดกลัว
ด้านผู้เสียหาย กล่าวว่า บ้านนายตำรวจอยู่กัน 3 คน คือ นายตำรวจ แฟนสาวและลูกชาย และรู้จักกันมานานเพราะบ้านติดกันนาน 6 ปีแล้ ปกติจะคุยกับแฟนของตำรวจ วันที่เกิดเรื่องครั้งแรกตอนที่ยังไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด คนในบ้านเห็นว่ามีผู้ชายตัวสูงปีนเข้ามาในบ้าน จึงมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกชายบ้านตำรวจ ลักษณะพยายามจะเปิดกระจก ส่วนครั้งที่ 2 หลังจากที่ติดวงจรปิดก็พบว่าเป็นลูกชายตำรวจข้างบ้าน จึงได้ประสานกับนิติบุคคลเข้ามาคุยและแจ้งกับนายตำรวจว่าลูกชายเค้าปีนมาในบ้าน แต่นายตำรวจคนดังกล่าวกลับโวยวายและบอกว่าจะอะไรกับลูกผม และบอกว่าลูกพิการมีบัตรคนพิการ
พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้คนในบ้านเห็นว่าคนที่ปีนเป็นตำรวจและยังเคยถามว่าปีนทำอะไร ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากันมาก่อนและอยู่บ้านติดกันมามานาน ที่ผ่านมาจะคุยกับแฟนของนายตำรวจเพราะส่วนใหญ่จะอยู่บ้าน ส่วนตัวตำตรวจไม่ค่อยได้คุยกัน ยอมรับว่ารู้สึกงงมาก ว่าทำไมอยู่ๆถึงมาปีนบ้านคนอื่น คิดว่าบ้านอยู่ใกล้ตำรวจจะปลอดภัย กลับมาเจอเหตุการณ์นี้รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมีการขู่ว่าจะยิงปืนผ่านกระจกด้วย ยิ่งทำให้กลัวมาก ขออย่ามาทำแบบนี้ อย่ามาทำเก่งกับประชาชน หลังจากนี้หากจะซื้อบ้านอีกจะไม่ซื้อทาวน์โฮมแล้วแต่คงจะซื้อบ้านเดี่ยวไปเลยเพราะเข็ดและกลัวกับเพื่อนบ้านที่แม้จะเป็นตำรวจก็ไม่ได้ทำทำให้รู้สึกปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ในเวลา 14.00 น.ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จะเชิญฝ่ายคู่กรณีมาพูดคุยด้วยว่าเกิดปัญหาอะไรและจะหยุดได้หรือไม่เพื่อหาข้อยุติดังกล่าว