รวบ “อัยการปลอม คาเครื่องเเบบ เต็มยศ” ขณะบรรยายกฎหมายให้ นักเรียนฟัง
29 ก.ค. 2567 | natthanan_chu

ตำรวจรวบอัยการปลอม คาเครื่องเเบบเต็มยศ ขณะบรรยายกฎหมายให้ นักเรียนฟัง เผยภาพไปประดับยศ บรรยายหลักสูตรราชการ ถ่ายรูปกับบิ๊กเนมเพียบ
ข่าว
29 ก.ค. 2567 | natthanan_chu

ตำรวจรวบอัยการปลอม คาเครื่องเเบบเต็มยศ ขณะบรรยายกฎหมายให้ นักเรียนฟัง เผยภาพไปประดับยศ บรรยายหลักสูตรราชการ ถ่ายรูปกับบิ๊กเนมเพียบ
29 กรกฏาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้จับกุม นายมงคล (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาตลิ่งชัน ในความผิดฐาน กระทำความผิดฐานกระทำโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ที่โรงเรียนมัธยมเเห่งหนึ่งย่านนนทบุรี เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม ที่ผ่านมา
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่สำนักงานอัยการสูงสุด พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน สำนักงานอัยการสูงสุดโดยไม่มีสิทธิ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ และ พรบ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ.ศ. 2482ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141 วรรคหนึ่ง
หลังนายมงคล มีพฤติการณ์โพสต์ภาพตนเองขณะแต่งกายเครื่องแบบปกติขาวของข้าราชการฝ่ายอัยการประดับเครื่องหมายคล้ายเครื่องหมายของสำนักงานอัยการสูงสุดในลักษณะเผยแพรโดยสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เพื่อเข้าใจได้ว่านายมงคล เป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ โดยมีลักษณะการกระทำเเอบอ้างในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง
สำหรับคดีนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยคณะกรรมการอัยการ ได้รับการร้องเรียนให้ชี้แจง กรณีที่มีที่มีสอบถามเกี่ยวกับสถานะของ นายมงคล ซึ่งได้แสดงตนในสถานที่หลายแห่งว่าเป็นที่ปรึกษาอธิบดีอัยการสำนักงาน การสอบสวน ซึ่งพบหลักฐานในสื่อสังคมออนไลน์ บัญชีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ชื่อ “Mongkol Preesukkasem”
ทางอัยการสำนักงานการสอบสวนได้ตรวจสอบพบว่าเมื่อช่วงปี พ.ศ.2565 นายมงคล เป็นที่ปรึกษาอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในลักษณะที่ปรึกษาส่วนตัว โดยไม่ได้จัดพื้นที่หรือห้องให้ปฏิบัติงาน
เพื่อให้ได้ความชัดเจน อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน จึงได้มอบหมายคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของนางมงคลว่ามีการกระทำที่อาจเข้าข่ายในทางที่ให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานการสอบสวน และสำนักงานอัยการสูงสุด และให้รายงานการตรวจสอบพร้อมความเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อรายงานอัยการสูงสุดต่อไป
เมื่อคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้พิจารณาเกี่ยวกับการกระทำของนางมงคลพบว่า การกระทำของนายมงคล ที่โพสต์ภาพตนเองขณะแต่งกายเครื่องแบบปกติขาวของข้าราชการฝ่ายอัยการ โดยประดับเครื่องหมายคล้ายเครื่องหมายของสำนักงานอัยการสูงสุดในลักษณะเผยแพรโดยสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ และเข้าใจได้ว่านายมงคลเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการ อาจเป็นการกระทำที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 141 และ พ.ร.บ.เครื่องหมายราชการฯมาตรา 6,8 เเละการตรวจสอบพบว่านายมงคล มิได้มีสถานะข้าราชการอัยการ และยังได้แต่งกายเครื่องแบบ หรือประดับเครื่องหมายของของสำนักงานอัยการสูงสุดโดยไม่มีสิทธิ
เจ้าพนักงานคดี สำนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน จึงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับนายมงคล เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2567 ต่อพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เเละยังพบว่ามีพยานพบเห็นนายมงคล ยังมีพฤติการณ์แต่งกายคล้ายเครื่องแบบปกติขาวและกากี และเครื่องหมายแสดงสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดผ่านทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมอีกหลายสิบครั้ง
จนอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้เเจ้งความดำเนินคดีกับนายมงคลเพิ่มเติมอีกเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2567 จนมีการขอออกหมายจับเเละศาลอนุญาตออกหหมายจับเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2567 จนมีการบุกจับกุมตัวนายมงคลได้เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะถูกจับกุมใส่ชุดเลียนเเบบข้าราชการอัยการเเบบเต็มยศเเละต่อมาภายหลังได้รับการประกันตัว
สำหรับการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้สรุปสำนวนมีความเห็นทางคดี เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาตลิ่งชัน 2 พิจารณาดำเนินการ
จนภายหลังจับกุมได้ตัวมาตามหมายจับของศาล ทราบว่าขณะนี้พนักงานอัยการมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมโดยนัดหมายสอบคำให้การผู้กล่าวหาเพิ่มเติมในวันที่ 31 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายมงคล ปรากฏภาพเเละข่าวตามสื่อฯ ในงานของหน่วยราชการต่างๆเช่นพิธีประดับยศของข้าราชการ หรืองานจัดอบรมตำเเหน่งสำคัญของข้าราชการในบางกระทรวง เเละยังมีพฤติการณ์ไปพบปะบุคคลระดับสูงของหน่วยงานราชการต่างๆ จนมีผู้หลงเชื่อว่าเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการจริง เเละพบว่ายังมีพฤติการณ์อื่นๆนอกจากเรื่องเเสดงตัวเป็นอัยการ ที่ถูกร้องเรียนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดอีก