เบื้องต้นในชั้นสอบสวน สน.ดอนเมือง เจ้าของคดี โดยนายเอก ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจาก คดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเกรงว่าผู้ต้องหาระหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง และผู้ต้องหาอยู่ระหว่างได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอื่น ซึ่งผู้ต้องหายังคงมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามผู้เสียหายหลายคน อีกทั้งได้คุกคามและข่มขู่เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้ต้องหาอยู่ตลอด จนเกิดความเดือดร้อนและหวาดกลัวต่อผู้ต้องหา และคดีนี้อยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนเป็นจำนวนมากหากได้รับการปล่อยตัวตัวตัวคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะกระทำพฤติกกรรรมข่มขู่คุกคามผู้เสียหายและประชาชนอีก
นอกจากนี้ยังมีพยานสำคัญในคดียื่นขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราวพยานเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลออดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเนื่องจากถูกผู้ต้องหาข่มขู่ คุกคาม และผู้ต้องหามีพฤติกรรมชอบไลน์สดผ่านทางโซเชียล โชว์อาวุธและใช้คำพูดข่มขู่ ในลักษณะจะใช้ความรุนแรง พาดพิงถึงพยานหลายครั้ง
โดยศาลพิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตฝากขัง หากยังไม่ปรากฏว่ามีญาติหรือผู้ใด มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ภายในเวลาทำการ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป
ต่อมาเวลา 16.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อครบเวลาทำการเเล้วไม่ปรากฎผู้ใดมายื่นประกันตัว นายเอกลักษณ์ ขุนพรหม หรือ เอก สายเต๊าะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามขั้นตอนกฏหมายทันที