อย่าด่วนสรุปคดี 6 ผู้เสียชีวิต ชาวเวียดนาม หวังตัดจบรับโจทย์การเมือง
17 ก.ค. 2567 | natthanan_chu

อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ติงอย่าด่วนสรุปคดี 6 ผู้เสียชีวิต ชาวเวียดนาม หวังตัดจบ รับโจทย์การเมือง
ข่าว
17 ก.ค. 2567 | natthanan_chu

อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ติงอย่าด่วนสรุปคดี 6 ผู้เสียชีวิต ชาวเวียดนาม หวังตัดจบ รับโจทย์การเมือง
17 กรกฏาคม 2567 พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการ จเรตำรวจ และเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงคดีการเสียชีวิตหมู่ 6 ศพคาโรงแรมหรูกลางกรุงเทพฯ ว่า ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องการเร่งรีบสรุปทิศทางการสืบสวนสอบสวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จริงๆ คดีใหญ่แบบนี้ หากเป็นในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ต้องมีอัยการเข้าร่วมสอบสวนตั้งแต่ต้น และต้องไปในที่เกิดเหตุ แต่สำหรับประเทศไทย ตำรวจไทยยิ่งใหญ่เพราะคุมอำนาจสอบสวน และครอบคลุมทิศทางของคดีทั้งหมด
สำหรับคำแถลง ณ เวลานี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามไม่ให้กระทบกระเทือนภาพลักษณ์ประเทศมากเกินไปหรือไม่ เนื่องจากนายกฯเศรษฐา ทวีสิน เดินทางไปที่เกิดเหตุทันที และมีการให้สัมภาษณ์ส่งสัญญาณว่าไม่เกี่ยวกับประเด็นความไม่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้กระทบกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จึงน่าคิดว่าประเด็นจะถูกบิดหรือไม่ โดยเฉพาะที่มีการสรุปว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะคดีอาชญากรรมขนาดใหญ่ ไม่มีเรื่องส่วนตัว ถือเป็นอาญาแผ่นดิน และกระทบกับสังคมทั้งสังคม
ตั้ง 5 ประเด็นต้องตอบ ก่อนคลี่ปม 6 ศพกลางกรุง
พ.ต.อ.วิรุตม์ ยังตั้งประเด็นที่ต้องค้นหาต่อไปเกี่ยวกับคดีนี้ว่า...
ข้อ 1.คนฆ่าต้องเป็น 1 ใน 6 รายที่เสียชีวิต และฆ่าตัวตายไปด้วย อาจจะเพื่อยืนยันให้คนอื่นยอมรับประทานเครื่องดื่มที่ผสมยาพิษไว้แล้ว
ข้อ 2.ไซยาไนด์ที่ถูกระบุว่าเป็นสารพิษที่นำมาใช้ และทำให้เสียชีวิต ผู้กระทำนำมาจากไหน เพราะไม่ใช่หาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศ หรือซื้อในเมืองไทย ซึ่งแหล่งขายไซยาไนด์ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด
ข้อ 3.ความจริงหรือข้อเท็จจริงในคดี หากกระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำคัญคืออย่าไปเบี่ยงประเด็น หากกระทบก็ต้องกระทบ แต่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมควรแสดงความเป็นมืออาชีพ สรุปคดีให้ชัดเจน ไม่มีข้อกังขา จะสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าการด่วนสรุป
“ตำรวจบ้านเรานั้น ขนาดสอบจริง ทำงานจริง คนก็ไม่ค่อยเชื่ออยู่แล้ว แต่การรีบด่วนสรุป ยิ่งทำให้เกิดคำถาม และต้องไม่ลืมว่าอาชญากรรมไม่มีเรื่องส่วนตัว เพราะกระทบต่อรัฐ แต่สิ่งที่พูดเหมือนไปรับโจทย์นายกฯมา”
ข้อ 4.การก่อเหตุครั้งนี้ ผู้กระทำต้องวางแผนอย่างดี นำคนทั้งหมดมารวมที่เดียวกัน หลอกให้กินเครื่องดื่มที่มีไซยาไนด์ผสมอยู่ อาจจะหลอกให้ชนแก้ว และต้องมั่นใจว่าดื่มจริงในเวลาใกล้เคียงกัน ถึงเสียชีวิตทั้งหมดในเวลาเดียวกัน
ข้อ 5.สิ่งที่ตำรวจต้องสร้างความกระจ่าง คือ สาเหตุที่ตาย ตามด้วยพฤติการณ์การตาย ต้องหาหลักฐานให้ได้ว่า ใช้ไซยาไนด์ปริมาณเท่าไหร่ ถึงทำให้ตายพร้อมกันหลายคน แล้วผสมในเครื่องดื่มได้อย่างไร เพราะรับประทานทีละคนไม่ได้ ต้องเชียร์ให้ทานพร้อมกัน แล้วตัวเองก็ทานด้วย หรือทานให้ดู
“คนกลุ่มนี้น่าจะระแวงกันอยู่แล้ว คนวางยาจึงต้องตายด้วย” พ.ต.อ.วิรุตม์ สรุป