อสส.รับมอบที่ดินเก่า "เสี่ยเปี๋ยงคดีจำนำข้าว" เตรียมสร้าง สนง.งบพันล้าน
15 ก.ค. 2567 | titayu_pur

อสส.รับมอบที่ดินเก่า "เสี่ยเปี๋ยงคดีจำนำข้าว" จากกรมธนารักษ์ ผุดเมกะโปรเจกต์สร้างสำนักงานใหม่ครบวงจร เล็งของบรัฐพันล้าน
ข่าว
15 ก.ค. 2567 | titayu_pur

อสส.รับมอบที่ดินเก่า "เสี่ยเปี๋ยงคดีจำนำข้าว" จากกรมธนารักษ์ ผุดเมกะโปรเจกต์สร้างสำนักงานใหม่ครบวงจร เล็งของบรัฐพันล้าน
15 กรกฎาคม 2567 ที่กระทรวงการคลัง นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด พร้อมบุคคลที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.5214 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่เศษ โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เเละคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
นายลวรณ กล่าวในพิธีว่า รู้สึกยินดีที่ได้ส่งมอบหนังสืออนุญาต ให้สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.5214 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานครเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 2 งาน 41.5 ตารางวา ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ มีหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน พร้อมที่จะสนับสนุนทุกหน่วยงานในการ ใช้ที่ราชพัสดุตามภารกิจหน้าที่เนื่องจากปัจจุบัน ที่ราชพัสดุมีจำนวนค่อนข้างจำกัด ในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ จึงต้องคำนึงถึงความจำเป็น ความเหมาะสม และประโยชน์สูงสุดที่ทางราชการจะได้รับ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กระทรวงการคลังเห็นว่า การใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นไปตามภารกิจหน้าที่และจะก่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ในบริเวณโดยรอบได้อย่างเป็นรูปธรรม
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ อาคารที่พักข้าราชการ และอาคารประกอบอื่น ๆ ให้แล้วเสร็จ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่แผนการดำเนินงานตั้งไว้
ด้าน นายอำนาจ อัยการสูงสุด กล่าวว่า ในนามสำนักงานอัยการสูงสุด ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กรมธนารักษ์เห็นชอบในหลักการให้สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้ที่ดินราชพัสดุ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้าง อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด อาคารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ อาคารที่พักและอาคารจอดรถ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด จะได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์และปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้ที่ราชพัสดุ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด ในการอำนวยความยุติธรรม และการให้บริการประชาชน และทำให้สังคมและประชาชนเชื่อมั่น ในการทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป
โดยขั้นตอนหลังจากนี้ เราจะของบประมาณจากรัฐบาล ในการก่อสร้างอาคาร ซึ่งเรามีเเบบเเปลนในการก่อสร้างเรียบร้อยเเล้ว ก็จะรีบดำเนินการ ซึ่งในวันนี้ที่เราได้เห็นชอบให้ใช้ที่ดิน ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเเก่ทางราชการ ที่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือจะเป็นประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการอัยการให้มีดียิ่งขึ้น จะทำให้ประชาชนเชื่อมันศรัทธา ในสำนักงานอัยการสูงสุด หลังจากนี้จะมีการเรียกประชุมผู้บริหาร ในการยื่นของบประมาณ ซึ่งตนก็จะพ้นตำเเหน่งอัยการสูงสุดในเดือนตุลาคมนี้ ก็จะต้องเชิญว่าที่ผู้บริหารชุดใหม่มาประชุมวางเเผน ในการยื่นของบประมาณก่อสร้างอาคาร ตามเจตนารมย์ของการขอใช้ที่ดิน โดยจะเริ่มต้นวางเเผนเตรียมการในสมัยที่ตนเป็นอัยการสูงสุดเลย
ส่วนงบก็คาดว่า จะได้มาประมาณปี 2568-2569 นี้ ส่วนเป้าหมายจะสร้างอาคารเสร็จในปีไหนนั้น ต้องดูว่าเราจะได้งบประมาณทันในปีไหน โดยเป็นการของบประมาณเพิ่มเติม จากที่สำนักงานอัยการสูงสุดเคยได้โดยคาดว่า งบประมาณที่จะต้องสร้างตึกต้องใช้หลักพันล้าน ในการสร้างตึกที่เป็นอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด บนที่ดินที่เป็นชื่อของสำนักงานอัยการสูงสุดเเห่งเเรก ซึ่งรูปทำเลที่ดินเเละขนาดเนื้อที่ดินที่ได้มาถือว่า มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง
ขณะที่ นายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่าสำหรับที่ดินดังกล่าว สืบเนื่องจากสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งความประสงค์ขอใช้ที่ราชพัสดุจำนวน 30 แปลง ตั้งอยู่ในแขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ 62.4 ตารางวา เพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด สูง 21 ชั้น อาคารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สูง 22 ชั้น อาคารที่พักข้าราชการ จำนวน 2 อาคาร สูง 27 และ 32 ชั้น อาคารจอดรถสำนักงานอัยการสูงสุด 11 ชั้น พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบจากเงินงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุด วงเงิน 990 ล้านบาท กรมธนารักษ์ได้ พิจารณาผังการใช้ประโยชน์ ความจำเป็นและความเหมาะสมแล้ว ในหลักการเห็นชอบให้สำนักงานอัยการสูดสุดใช้ที่ราชพัสดุจำนวน 30 แปลง โดยได้อนุญาตให้สำนักงานอัยการสูงสุดใช้ที่ราชพัสดุบางส่วน จำนวน 18 แปลง เนื้อที่ประมาณ 15ไร่2งาน 41.5 ตารางวาเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดตามภารกิจหน้าที่ สำหรับที่ดินอีก 12 แปลง ในหลักการไม่ขัดข้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องได้รับความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกรณีที่ดินบางส่วนอยู่ในแนวเขตเวนคืนก่อนโดยดำเนินการขอใช้ที่ราชพัสดุตามระเบียบของทางราชการต่อไป
นายจำเริญ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าจำนวนข้าราชของสำนักงานอัยการสูงสุด มีจำนวนค่อนข้างมาก มีภารกิจสำคัญต่อประเทศชาติ เราก็พิจารณาจากจำนวนข้าราชการ เหตุผลความจำเป็นพบว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานที่สำคัญ เเละยังไม่ได้มีที่ที่เป็นสำนักงานอัยการสูงสุดที่ชัดเจน เราก็พิจารณาเห็นว่า ที่ตรงนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งตัวสำนักงานอัยการสูงสุด เเละบริเวณใกล้เคียง โดยที่ดินตรงนี้เกิดจากการยึดทรัพย์ มาก่อนที่จะส่งมอบให้กรมธนารักษ์
รายงานระบุว่า สำหรับที่ดินที่มีการส่งมอบวันนี้ เป็นที่ดินที่มีการยึดทรัพย์ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวในคดีโครงการรับจำนำข้าวโดย ปปง.มีการทำสำนวนส่ง อัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน และศาลมีคำพิพากษาในส่วนที่ดินถึงที่สุดแล้ว ต่อมาที่ดินจึงตกเป็นที่ของ กรมธนารักษ์ หลังจากนั้นอัยการสูงสุดจึงมาขอใช้ที่ดินตรงนี้