เบื้องต้น น.ส.สมพร ให้การปฏิเสธอ้างว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเหตุ มีคนรู้จักใช้ให้ขับรถยนต์ให้ เพื่อเดินทางไปในพื้นที่ภาคอีสาน ระหว่างทางในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้พบหญิงชรายืนรอรถ จึงขับรถเข้าไปเทียบ เพื่อสอบถามเส้นทาง และใช้โอกาสนั้น รับหญิงชราคนดังกล่าว เข้าไปส่งในตัวเมือง
คนรู้จักที่ให้ตนขับรถให้ ได้มีการขอเบอร์โทรศัพท์ของหญิงชราไว้เพื่อติดต่อ เมื่อหญิงชราทำธุรเสร็จ คนรู้จักที่ให้ตนขับรถให้ ได้โทรติดต่อเพื่อจะรับหญิงชราคนดังกล่าว กลับไปส่ง ณ จุดรับมา พร้อมออกอุบายจะขอซื้อผ้าไหม เมื่อสบโอกาสได้ข่มขู่เอาทรัพย์สินของหญิงชราจนได้มา ก่อนจะปล่อยให้หญิงชราลงจากรถ
จากนั้นตนและคนรู้จัก ที่ใช้ให้ตนขับรถให้ ก็พากันหลบหนี ตนได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ตนเกรงจะถูกจับกุม จึงได้หลบหนีออกจากบ้านที่อำเภอบ้านนา ก่อนจะมาถูกจับกุมในพื้นที่ จ.ชลบุรี
เมื่อสอบถามถึงคดี ที่ร่วมกันกับพวกก่อเหตุปลอมเป็นพระระดับเจ้าอาวาส หลอกแม่ค้าเอาเงินใส่ห่อ อ้างสวดสะเดาะเคราะห์ ให้มีโชคลาภ ถูกหวย ค้าขายร่ำรวย ก่อนถอดจีวรทิ้งหอบเงินร่วมแสนหลบหนี น.ส.สมพร ให้การว่า ตนไม่ได้อยู่ในขบวนการ แต่คนรู้จักที่เคยใช้ให้ตนขับรถยนต์ให้นั้น อาจจะเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบประวัติพบ น.ส.สมพร เคยถูกดำเนินคดีหลายครั้ง อาทิ ปี 2553 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ขายสลากกินแบ่งสลากกินแบ่งเกินราคาที่กำหนดในสลาก , ยิงอาวุธปืนซึ่งได้รับอนุญาตให้มีไว้เพื่อเก็บ ” ท้องที่ สภ.บ้านนา ปี 2564 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.คลองขลุง ภ.จว.กำแพงเพชร และผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ตำรวจจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย