เบื้องต้นเป็นไปได้ว่าถ้อยคำที่จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อพิธีกรในรายการทำให้ผู้ที่ได้รับชมรายการโทรทัศน์ที่แพร่กระจายภาพและเสียง
ดังกล่าวเข้าใจไปได้ว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับเงินจากจำเลยและผู้ประกอบการค้าเนื้อหมูเป็นเงิน 38 ล้านบาท ซึ่งย่อมทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ คดีของโจทก์มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา
โดยภายหลังศาลรับฟ้องนายไทกรได้รับการประกันตัว
ซึ่งในนัดพร้อมเพื่อประชุมคดีสอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานทนายโจทก์ จำเลย และทนายจำเลยมาศาลจำเลยมีทนายความแล้ว ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยอีกครั้ง จำเลยยืนยันให้การปฏิเสธ
โจทก์แถลงว่า โจทก์ประสงค์สืบพยาน 3 ปาก คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และนางสาวอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นนักข่าว ตามบัญชีระบุพยานใช้เวลาสืบพยานโจทก์ 1 นัด เนื่องจากต้องเบิกความยาว เพราะมีข้อเท็จจริงจำนวนมาก ซึ่งในประเด็นเรื่องนี้ได้สอบทนายจำเลยแล้ว แถลงว่ามีคำถามต้องถามค้านพยานโจทก์จำนวนมากเช่นเดียวกัน จำเลยและทนายจำเลยแถลงว่าไม่มีพยานเอกสารและพยานวัตถุที่จะอ้างเป็นพยานให้ทนายโจทก์ตรวจ
และแถลงแนวทางต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ประสงค์ขอสืบพยานจำเลย 5 ปาก คือ พยานอันดับที่ 1 เป็นจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับที่ 2 เป็นพยานผู้รู้เห็น พยานอันดับที่ 3 และที่ 4 เป็นนักข่าว ซึ่งเป็นพยานร่วมกับพยานโจทก์ แต่หากฝ่ายโจทก์นำพยานมาสืบจะขอถามพยาน 2 ปากดังกล่าวในคราวเดียวกัน และพยานอันดับที่ 5 เป็นกรรมการบริษัทที่นำเข้าส่งออกหมูสด ขอใช้เวลาสืบพยานจำเลย 1 นัด เนื่องจากพยานของจำเลยต้องเบิกความยาว
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นควรกำหนดวันนัดพิจารณาต่อเนื่อง โดยกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ 1 นัด และสืบพยานจำเลย 1 นัด โดยไม่ต้องนัดตรวจความพร้อมของพยานอีก ศาลแจ้งให้คู่ความทราบว่าศาลจะพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่เลื่อนคดี เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จะทำการสืบพยานจำเลยต่อทันที โดยให้โจทก์และจำเลยเตรียมพยานมาให้พร้อมในวันนัดและให้คู่ความปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการเตรียมคดีโดยเคร่งครัด โดยนัดสืบพยานโจทก์ครั้งเเรกวันที่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 09.00 น.