svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

สรุปคดี "อาม่าฮวย" ลูกลักตังค์แม่ ศาลสั่งติดคุก 12 ปี คดีนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

03 เมษายน 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

อีกหนึ่งมหากาพย์ คดี "อาม่าฮวย" ฟ้องเอาผิดลูกแอบถอนเงิน 24 ล้าน ออกจากธนาคารขณะนอนป่วย วันนี้มีข้อสรุปแล้ว เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษา ลักเงินแม่ติดคุกกี่ปี "Nation STORY" สรุปเรื่องราวมาให้ดูกันว่า คดีนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างไร

"ลูกลักตังค์แม่" ใครจะคิดว่าจะต้องติดคุก คดี "คดีอาม่าฮวย" คดีมหากาพย์ ที่เป็นตัวอย่างให้กับอีกหลายครอบครัวที่เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น 

คดี "อาม่าฮวย" เป็นคดีที่ นางฮวย ศรีวิรัตน์ หรือ "อาม่าฮวย" อายุ 86 ปี ผู้เป็นแม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 57 ปี ลูกสาว เป็นจำเลย จากการทยอยถอนเงินในบัญชีกว่า 24 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่น ๆ จากธนาคาร ในขณะ "อาม่าฮวย" นอนพักฟื้นรักษาตัว ด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาล ระหว่างเดือน ก.พ. 57 ถึง ม.ค. 59 

โดย "อาม่าฮวย" ฟ้องร้องเอาผิดลูกสาวสองคดีคือ คดีลักทรัพย์ในบัญชี 24 ล้านบาท และคดีร่วมกับพวก ซึ่งเป็นพนักงานธนาคารรวม 5 คน ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาสุขุมวิท 101 และสาขาถนนศรีนครินทร์ กม.9 มูลค่าความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท และคดีแพ่งฟ้องธนาคารแห่งหนึ่งและพนักงานของธนาคาร กรณีถูกเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเบิกถอนเงินในบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดมีการฟ้องร้องต่อสู้คดีกันเรื่อยมา ทั้งในส่วนคดีอาญาและคดีแพ่ง 

ล่าสุดวันนี้ (3 เม.ย. 67) ในส่วนของคดีลูกสาวลักทรัพย์เงินในบัญชีอาม่าฮวย 24 ล้านบาท ได้ข้อสรุปแล้ว เมื่อศาลอาญาพระโขนง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา 

คดีนี้มีความเป็นไปอย่างไร และได้ข้อสรุปอย่างไร Nation STORY สรุปมาให้ได้ดูกัน....
อาม่าฮวย และทนายอนันต์ชัย ทนายความในคดี
 

สำหรับมหากาพย์คดีลูกสาวลักเงิน "อาม่าฮวย" กว่า 24 ล้านบาทนั้น เป็นข่าวโด่งดัง ในช่วงปลายปี 2562 หลังเฟซบุ๊ก ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช ได้ลงเรื่องราวระบุว่า

สุดช้ำ! เมื่อปี พ.ศ.2557 ขณะที่ อาม่าฮวย อายุ 76 ปี นอนป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องเจาะคอ มือเท้าอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ถูกลูกสาวในไส้ ร่วมกับพนักงานแบงค์ชื่อดัง ที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย จำนวน 4 คน เปลี่ยนเงื่อนไขการเบิกถอนเงินเดิมในบัญชีออมทรัพย์ จากลงลายมือชื่อเป็นพิมพ์ลายนิ้วมือ และปลอมหนังสือมอบอำนาจ เบิกถอนเงิน และสั่งจ่ายเช็คแทนในบัญชีกระแสรายวัน ถอนเงินออกจากบัญชี อีกทั้งลักเอาเงินออกจากกองทุนเปิดฯ ของอาม่าฮวยกว่า 24 ล้านบาท ไป 

คดีนี้สืบเนื่องจาก นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 82 ปี ถูก นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี บุตรสาวแท้ ๆ ทยอยถอนเงินในบัญชี เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสวนหลวง กับสาขาถนนศรีนครินทร์ รวม 2 บัญชี เมื่อระหว่างเดือน ก.พ. 57 ถึง ม.ค. 59

โดยจำเลยได้ให้โจทก์ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินใน ขณะที่โจทก์มีสติปัญญาไม่สมบูรณ์ ด้วยการถอนเงินวันที่ 17 ก.พ. 57 จำนวน 12 ล้านบาท , วันที่ 18 มี.ค. 57 จำนวน 2 ล้านบาท , วันที่ 6 พ.ย. 57 จำนวน 1 ล้านบาท และวันที่ 18 ม.ค. 59 จำนวน 2,257,400 บาท รวม 24,757,400 บาท ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย
อาม่าฮวยแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีฟ้องลูกสาว

ซึ่งในส่วนของ "มาวดี" ลูกสาว ก็ได้ยื่นให้ ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การสืบสวนและสั่งคดีของตำรวจและอัยการ คดีมีการดำเนินการอย่างเร่งรัด ส่อไปในลักษณะกลั่นแกล้ง หลัง "มาวดี" ถูกอาม่าฮวย แม่แท้ ๆ กล่าวหาว่าลักทรัพย์ 24 ล้านบาท ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เป็นความจริง
นางมาวดี แถลงข่าวตอบโต้
 

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง สั่งจำคุก 12 ปี ไม่รอลงอาญา ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 12 ปี แต่จำเลยยื่นฎีกาต่อ 

ซึ่งการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ( 3 เม.ย.) ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายของ "อาม่าฮวย" เดินทางมาศาล พร้อมเปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า จำเลยขอต่อสู้ในข้อกฎหมาย ประเด็นว่าคดีลักทรัพย์บุพการี เป็นคดียอมความได้ รวมถึงจะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ซึ่งทาง อาม่าฮวย ก็ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน คดีจึงไม่ขาดอายุความ 

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือพิจารณาเเล้ว พิพากษายืนจำคุกนางมาดี 12 ปี โดยไม่รอลงอาญา ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ ที่ไม่เคยมีฎีกามาก่อน ในคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์บุพการี ที่จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน หลังมีคำพิพากษา ได้แจ้งผลคำพิพากษาให้แก่ อาม่าฮวยทราบแล้ว ซึ่ง อาม่าฮวย ก็ดีใจมาก และไม่กังวลใดๆ
ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายของ "อาม่าฮวย"


นอกจากคดีที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก นางมาวดี ถึงที่สุดในวันนี้เเล้ว ยังมีคดีที่ศาลอาญาพระโขนง คดีหมายเลขดำที่ 3228/2562 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และอาม่าฮวย เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง นางมาวดี กับพวกซึ่งเป็นพนักงานธนาคารรวม 5 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์ จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาสุขุมวิท 101 และสาขาถนนศรีนครินทร์ กม.9 มูลค่าความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท 

โดยศาลอาญาพระโขนง ได้พิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 มีความผิด ฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม และลักทรัพย์ ทั้ง 2 ข้อหารวม 84 กระทงคง จำคุกจริงรวม 20 ปี และใช้เงินคืนแก่โจทก์ 123 ล้านบาท 

จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานปลอม และใช้เอกสารปลอม จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา จำเลยที่ 2,3,5 ยกฟ้อง ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า คดีทั้งสองคดีเป็นคดีที่คลาสสิคมาก ทางในการนำสืบและในการอ้างพยาน ในการค้นคว้าพยานเอกสารพยานบุคคล 
ทนายอนันต์ชัย โชว์หลักฐานทางคดี

ในส่วนของคดีแพ่ง ทางธนาคารได้นำเงินมาวางไว้ที่ศาลประมาณเกือบ 200 กว่าล้านบาท เเล้วซึ่งเราสบายใจเเล้ว เพราะในส่วนดอกเบี้ยก็เดินไปเรื่อย ๆ โดยคดีเเพ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์ในส่วนคดีผู้บริโภค เเต่เงินอยู่ที่ศาล อย่างไรเราก็ได้เงินอยู่เเล้ว ในส่วนคดีอาญาอีกคดีที่มีการฟ้องพนักงานธนาคาร อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีแพ่ง เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 66 ศาลแพ่งพระโขนงมีคำพิพากษา ให้ธนาคารดัง และ ลูกสาว ชดใช้เงิน 207 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้ "อาม่าฮวย" โดยแบ่งให้ธนาคารชำระเงิน 44,645,676.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น 33,668,516 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย. 62) จนถึงวันที่ 10 เม.ย. 64 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้องเช่นกัน พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันที่ 11 เม.ย. 64 จนกว่าจะชำระเสร็จ

นอกจากนี้ยังให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 117,097,573.05 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น 82,176,281.32 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย. 62) จนถึงวันที่ 10 เม.ย. 64 และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เม.ย. 64

อีกทั้งยังให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 4 ชำระหนี้ข้างต้นจำนวน 34,881,691.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น จำนวน 82,176,281.32 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย.2562) จนถึงวันที่ 10 เม.ย. 64 พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันที่ 11 เม.ย. 64 จนกว่าจะชำระเสร็จ

สำหรับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 11 เม.ย. 64 เป็นต้นไป หากมีพระราชกฤษฎีกาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ก็ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนไปบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปีตามขอ สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้น ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6 ร่วมกันนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ และให้ร่วมกันใช้ค่าทนายความ รวม 1 แสนบาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 3 และ 5 ยกฟ้อง

สำหรับคดีนี้ ศาลได้พิเคราะห์จากการกระทำของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6 ได้กระทำการละเมิดสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกถอนเงิน โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นหลังจาก "อาม่าฮวย" ล้มป่วย ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่า นางมาวดี ร่วมกับพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 2 คน เปลี่ยนแปลง ปลอมแปลง ลายมือชื่อ "อาม่าฮวย" เพื่อมอบอำนาจให้นางมาวดี มีสิทธิ์เบิกถอนเงินฝากกระแสรายวัน และกองทุนบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินกองทุน อีกทั้งยังพบว่า มีการถอนเงินจากบัญชี และสั่งจ่ายเช็ค รวมถึงถอนเงินจากหน่วยลงทุน เข้าไปที่บัญชีของตัวเอง

นายอนันต์ชัย ยังฝากถึงธนาคารทุกแห่งให้ดูคดีนี้ไว้เป็นตัวอย่าง อย่าไปไว้ใจพนักงานของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำรอยขึ้นมาอีก
สรุปคดี "อาม่าฮวย" ลูกลักตังค์แม่ ศาลสั่งติดคุก 12 ปี คดีนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
 

logoline