นายวัชรินทร์ บอกอีกว่า นอกจากนี้ วันนี้นายปัญญายังได้ยืนยันว่า ตนเองไม่มีความสัมพันธ์กับป้ากบเหมือนที่ปรากฎเป็นข่าวว่าเป็นสามีภรรยากัน เพียงแต่ว่ามีแม่ค้าแถวนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสามีภรรยากัน เนื่องจากว่าเป็นบุคคลเร่ร่อนเหมือนกัน ซึ่งความจริงเเล้วลุงเปี๊ยกมีบ้านของพี่ชายที่สามารถพักอาศัยได้อยู่ แต่ก็ไม่อยากอยู่เพราะชอบเป็นอิสระ
ส่วนป้ากบมีบ้านอยู่เหมือนกันแต่ไม่อยู่ก็ออกมาเร่ร่อน ซึ่งบางครั้งป้ากบชอบมายืนที่ศาลพระสยามเทวาธิราชจำลอง ลุงเปี๊ยกเป็นคนไปไล่ป้ากบก็เลยมีประเด็นทะเลาะถกเถียงกันบ้าง เลยทำให้คนมองว่ามีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งในบางครั้งเมื่อเหมือนเป็นคนเร่ร่อนที่ไม่อยากกลับบ้านก็นอนอยู่บริเวณนั้น ทั้งสองคนก็กินเหล้ากันก็เหมือนสนิทสนมกัน แต่ไม่มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาเหมือนที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
"จากการสอบสวนปากคำในวันนี้ลุงเปี๊ยกได้ยืนยันแล้วว่าคนกระทำกับลุงเปี๊ยกมีใครบ้าง นอกจากนี้ลุงเปี๊ยกยังประสงค์ที่จะอยู่ในการคุ้มครองพยานของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ส่งเจ้าหน้าที่มาคุ้มครองพยานด้วยโดยหลังจากนี้หากออกจากโรงพยาบาลก็จะเข้าโปรแกรมคุ้มครองพยานและหลังจากเสร็จเรื่องคดีทั้งหมดลุงเปี๊ยกมีความประสงค์ที่จะอยากกลับไปบวชต่อ เพราะก่อนหน้านี้ลุงเปี๊ยกเคยบวชมา 7 ปี" นายวัชรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่าประเด็นถูกถุงคลุมหัวผู้เสียหายเป็นหรือจริง เเละมีการทรมานเเบบอื่นด้วยหรือไม่ นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ลุงเปี๊ยกให้การยืนยัน แต่ขณะนี้เรายังไม่อยากระบุว่าเป็นใคร เเต่ลุงเปี๊ยกยืนยันว่ามีการใช้ถุงคลุมหัวและบังคับให้รับสารภาพ ส่วนการทรมานก็คือใช้วิธีการขู่เข็ญบังคับโดยใช้อุปกรณ์บางอย่างในการขู่เข็ญบังคับ และเปิดแอร์ให้เย็นและพาไปบังคับให้รับสารภาพทำแผนจริง
เมื่อถามต่อว่าหลังจากนี้ต้องสอบสวนลุงเปี๊ยกเพิ่มอีกหรือไม่ รองอธิบดีอัยการสอบสวนตอบว่า สำหรับลุงเปี๊ยก ตนยืนยันว่าเป็นการสอบสวนจนได้พยานหลักฐานที่ชัดเจนและได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากๆแล้ว สามารถใช้คำนี้ได้เลยขั้นตอนต่อไปก็จะสอบพยานอย่างอื่น เป็นพวกพยานเเวดล้อม เเละพยานที่เกี่ยวข้องกับคดี แล้วจึงจะไปพิจารณาในการแจ้งข้อหากับตำรวจที่กระทำความผิด ซึ่งกรอบระยะเวลาคาดว่าจะภายในเดือน มี.ค.จะสอบพยานหลักฐานทุกอย่างให้เสร็จสิ้นและก็ช่วงปลายเดือน มี.ค.หากพยานหลักฐานที่สอบเสร็จสิ้นแล้วจะดำเนินการเรียกผู้ต้องหาที่กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พรบ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาเเจ้งข้อหา
"ถ้าผลการสอบสวน หรือพยานหลักฐานเกี่ยวพันถึงใคร ก็จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับไหนที่เกี่ยวข้องในการเข้ามากระทำความผิดก็ถูกดำเนินคดีทั้งหมด" รองอธิบดีอัยการสอบสวน กล่าวทิ้งท้าย