เนชั่นทีวี

ข่าว

ชวนรับออเดอร์ออนไลน์ หลอกโอนสร้างยอด แต่สูญเงินเข้าบัญชีม้า

15 พ.ย. 2566 | sitthichai_nak

ชวนรับออเดอร์ออนไลน์ หลอกโอนสร้างยอด แต่สูญเงินเข้าบัญชีม้า

เปิดพฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง “สืบนครบาล” รวบสาวบัญชีม้าอีกราย ที่ร่วมกันใช้อุบายเดิมๆ ชักชวนทำงานหารายได้เสริม ลวงกดรับออเดอร์สินค้าแพลตฟอร์มบริษัทปลอม อ้างผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น หลอกผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มต่อเนื่อง สุดท้ายเชิดหนี

15 พฤศจิกายน 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(ผบก.สส.บช.น.) หรือ ผู้การสืบนครบาล เปิดพฤติกรรมผู้ต้องหา บัญชีม้ารายล่าสุด หลังมีการจับกุมนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไป เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

จากพฤติการณ์ของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Often feel 7” ชักชวนให้ทำงานสร้างรายได้เสริมผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “พลอย” หลอกให้คำแนะนำ กดรับออเดอร์เพิ่มยอดขายให้ร้านค้าออนไลน์ในแอพพลิเคชั่น เช่น Shopee และ Lazada เพื่อจะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น

ในขั้นตอนก่อเหตุ แอดมินจะส่งลิ้งค์ให้ผู้เสียหายไปลงทะเบียนสมัครใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯก่อน จากนั้นจะให้ผู้เสียหายเป็นผู้เติมเงินเข้าระบบสมาชิกเพื่อเป็นเงินทุนสำรองจ่ายค่าสินค้า โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.รสสุคนธ์ ซึ่งในครั้งแรกๆ ผู้เสียหายจะได้รับผลตอบแทนจริง

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อแล้ว แอดมินจะชักชวนให้ผู้เสียหายทำงานในลักษณะเดียวกันต่อไปอีก จากนั้นผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารเดิมอีก 500 บาท แต่จะหลอกว่าแผนการลงทุน 500 บาทนี้ คิวงานเต็มหมดแล้ว จึงยังไม่สามารถทำได้ มีแต่แผนการลงทุนที่มีจำนวนสูงกว่านี้ กระทั่งวันที่ 8 เมษายน 2565 แอดมินจึงส่งข้อความมาชักชวนให้ผู้เสียหายทำงานอีก

โดยในครั้งนี้ แอดมินได้ให้ผู้เสียหายเข้าไปพูดคุยกับผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “คุณครู ญาณิศา ณาดาศิริกุล” เป็นแอดมินเพื่อติดต่อขอรับงาน แนะนำขั้นตอนต่างๆ รวมถึงผลตอบแทนในแต่ละระดับให้ผู้เสียหายเลือกว่าจะลงทุนในราคาใด

เมื่อผู้เสียหายตกลงทำแผนลงทุน ในราคาเริ่มต้น 500 บาท ซึ่งมีเงินทุนเดิมอยู่แล้วที่โอนเข้าระบบในครั้งก่อน โดยแผนการลงทุนนี้จะต้องรับออเดอร์ทั้งหมด 10 ออเดอร์ ผู้เสียหายจึงจะสามารถอนเงินทุนพร้อมผลตอบแทนออกมาได้ ผู้เสียหายจึงรับทำงาน รับออเดอร์ไปเรื่อยๆ โดยออเดอร์ในครั้งหลังๆ จะมีราคาสินค้าสูงกว่าเงินทุนที่ผู้เสียหายมีอยู่ในระบบสมาชิก จึงทำให้ผู้เสียหายต้องโอนเงินทุนเข้าไปเพิ่มเติม ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.อลิษา (ผู้ต้องหาที่ถูกจับ) จำนวน 1,500, 4,400 และ 13,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 19,400 บาท จนครบ 10 ออเดอร์ แต่สุดท้ายสูญเงินไปทั้งหมด

ชวนรับออเดอร์ออนไลน์ หลอกโอนสร้างยอด แต่สูญเงินเข้าบัญชีม้า

จากการรวบรวมพยาน หลักฐาน จนสามารถชี้ตัวผู้ต้องหา คือ น.ส.อลิษา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาว อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ผู้ต้องหา จนสามารถออกหมายจับ ศาลจังหวัดสิงห์บุรี ที่ จ.22/2566 ลงวันที่ 30 มกราคม 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” กระทั่ง มีการจับกุมได้ที่บริเวณศูนย์การค้า แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาให้การว่า ปี 2564 ตนพบประกาศชักชวนให้เปิดบัญชี ทางเพจเพซบุ๊ก (จำชื่อไม่ได้) ตนจึงอินบ็อกเข้าไปพูดคุย โดยตนได้ตกลงเปิดบัญชีให้ทั้งทางออนไลน์ และไปเปิดบัญชีที่ธนาคารที่จำได้ ดังนี้ บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 (จำหมายเลขบัญชีไม่ได้) จำนวน 2 บัญชี บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล บางกะปิ (จำหมายเลขบัญชีไม่ได้) จำนวน 1 บัญชี และยังรับว่าได้เปิดบัญชี ทั้งเปิดออนไลน์และเปิดที่ธนาคารรวมประมาณ 10 บัญชี รับค่าจ้างบัญชีละ 700-1,500 บาท

ขณะที่ “สืบนครบาล” ตรวจสอบประวัติ น.ส.อลิษา ยังพบหมายจับติดตัวอีก 3 หมาย ดังนี้

1) หมายจับศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ที่ 126/2565 ลงวันที่ 14 กันยายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

2) หมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ จ.183/2566 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ข้อหา “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกง”

3) หมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.483/2566 ลงวันที่ 11 กันยายน 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

ชวนรับออเดอร์ออนไลน์ หลอกโอนสร้างยอด แต่สูญเงินเข้าบัญชีม้า

ข่าวล่าสุด