ทนายนิด้า กล่าวว่า ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(4)(5) ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท , ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท , ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ลงโทษปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 121,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 12 เดือน และปรับ 60,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิด และจำเลยยังได้วางเงินชดใช้ค่าเสียหายก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา โดยให้รายงานตัวพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งใน 1 ปี ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง และให้จำเลยลบ ทำลาย ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 15 วัน และโฆษณาคำขออภัยผ่านทางเฟซบุ๊กของโจทก์เป็นเวลา 30 วัน พร้อมกับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ทนายนิด้า กล่าวอีกว่า คู่กรณีมีจำนวน 1 คน และเป็นการส่งต่อข้อมูล และสื่อลามกอนาจาร โดยคู่กรณีไม่ได้เป็นคนตัดต่อคลิปขึ้นมาเอง ซึ่งหากใครติดตามคุณศรีริต้า จะทราบว่าคุณศรีริต้ามีประเด็นเรื่องนี้มานาน และถูกกล่าวหาว่าไปปรากฏอยู่ในคลิปลามกอนาจาร ทั้งๆ ที่มีการออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่คุณศรีริต้า แต่จำเลยก็ยังมีการส่งต่อก็ยังถือว่าเป็นความผิดเช่นเดียวกัน ตนเองได้พูดคุยกับคู่กรณีถึงสาเหตุที่ทำ ซึ่งทางคู่กรณีก็ตอบว่าไม่ได้ตั้งใจทำไปด้วยความคึกคะนอง ซึ่งวันนี้พอได้รับหมายศาลก็สลดกันทุกคน ตนเองอยากให้คนที่ทำแบบนี้ตระหนักได้แล้ว อย่างคุณริต้าเองวันนี้ที่ต้องมาศาลก็ต้องเสียทั้งเวลาทั้งเงิน แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ