svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

ชี้ชะตา 27 ก.ย.นี้ นายกฯนั่งหัวโต๊ะ "ก.ตร."เคาะ"ผบ.ตร."คนที่ 14

26 กันยายน 2566
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

จับตาสถานการณ์ "เศรษฐา ทวีสิน" จะนั่งหัวโต๊ะ ประชุม"ก.ตร." พิจารณาเลือก"ผบ.ตร."คนที่ 14 เคาะรายชื่อ 1 ใน 4 แคนดิเดต ในวันที่ 27 ก.ย.นี้

26 กันยายน 2566 ชี้ชะตา“ผบ.ตร.”คนใหม่ วันที่ 27 ก.ย.นี้ ที่ประชุม ก.ตร. มีวาระสำคัญการพิจารณา ผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่ง“ผบ.ตร.”คนที่ 14 โดย "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการประชุม

การพิจารณแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 โดยมาตรา 77 ระบุการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ให้ดำรงตำแหน่ง ให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ ดังนี้..

(1) ตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1)(2)(3)(4)(5)ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตาม มาตรา 77 (1) ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อพนักงานตำรวจผู้มีคุณสมบัติ ตามมาตรา 77(1) โดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรือ งานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ต้องการให้การแต่งตั้ง ผบ.ตร. คำนึงถึงความอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกัน 

ดังนั้นในการพิจารณษ ก.ตร. จะต้องนำอาวุโสขึ้นมาเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาก่อน หลังจากนั้นถึงไปพิจารณาประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรือ งานป้องกันปราบปราม และในสายงานอื่นก็ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วย 
"เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี ประธานในการประชุม ก.ตร. 27 ก.ย.นี้

  4 แคนดิเดต ว่าที่ “ผบ.ตร.” คนที่ 14  
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แต่งตั้ง ผู้บัญชาการทหารของเหล่าทัพ" ในส่วนของ3 เหล่าทัพทหาร เรียบร้อยแล้ว ยังคงมีเก้าอี้ประมุขสีกากี ตำแหน่ง ผบ.ตร." ที่รอให้ เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรีคนใหม่ มานั่งหัวโต๊ะในฐานะประธาน ก.ตร. พิจารณาคัดเลือกว่า ใครจะเข้ามาทำหน้าที่แทน บิ๊กเด่น" พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ในฐานะ ผบ.ตร. ได้ส่งหนังสือถึง 4 รอง ผบ.ตร. โดยระบุว่า.. 

เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่จะดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. จึงให้ท่านดำเนินการจัดทำผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปสภาพปัญหาการปฏิบัติงาน หรือ สภาพปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน และแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวในอนาคต หากได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยจัดทำเป็นเอกสารไม่เกิน 4 แผ่น (ขนาด A4) แล้วส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่าน สกพ.) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2566 
ชี้ชะตา 27 ก.ย.นี้ นายกฯนั่งหัวโต๊ะ \"ก.ตร.\"เคาะ\"ผบ.ตร.\"คนที่ 14

สำหรับ รองผบ.ตร. ที่อยู่ในข่ายได้รับการคัดเลือกดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามลำดับอาวุโส ดังนี้..

อาวุโส ลำดับที่ 1 
“บิ๊กรอย” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์

  • นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 40
  • เกษียณอายุราชการ ในปี 2567

“บิ๊กรอย” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์
อาวุโส ลำดับที่ 2
“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล 

  • นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 31 และจบปริญญาตรีโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 47
  • เกษียณอายุราชการ ปี 2574 
  • ถือได้ว่าอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้เข้าชิงตำแหน่ง และเหลืออายุราชการมากที่สุด

“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
อาวุโส ลำดับที่ 3
“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ 

  • นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25 และปริญญาตรีจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 41
  • เกษียณอายุราชการ ในปี 2569

“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
อาวุโส ลำดับที่ 4 
“บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

  • จบระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นสิงห์แดง รุ่นที่ 38 
  • ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • ก่อนเข้ารับราชการตำรวจ เคยทำงานเป็นพนักงานในบริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ อยู่ได้ 7 ปี 
  • สมัครรับราชการตำรวจ โดยเข้าอบรมหลักสูตรการฝึกอบรม ผู้มีคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอต.) รุ่นที่ 4

“บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล
  ชี้ชะตา ผบ.ตร.” ไม่ได้ดูแค่ อาวุโส   
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดถึง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 จะส่งผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งตำรวจได้ยากกว่าเดิม ซึ่งยอมรับว่า ความยุ่งยากกว่าเดิม เพราะได้มีการกำหนดไว้ว่า รายชื่อต้องมาจากที่ไหน ส่งมาตามลำดับอย่างไร และกำหนดจำนวนโควต้าเอาไว้ เช่น ตำแหน่งอะไรขึ้นไปเป็นอะไร 100% ใช้อาวุโส 50% ตำแหน่งอะไรขึ้นไปเป็นอะไร 30% มีเขียนระบุไว้

ส่วน รอง ผบ.ตร.ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ตร. ต้องใช้เรื่องอาวุโสขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช้อาวุโสประกอบ แต่ไม่ได้ใช้อาวุโสเป็นหลัก ไม่เหมือนระดับผู้บัญชาการที่ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

ในขณะที่ แคนดิเดต ผบ.ตร. ที่มาแรง 2 คน ที่คาดหมายว่าจะมาดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตร.” คนที่ 14 คือ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งถือเป็นสายบู๊ในการปราบปรามกันทั้ง 2 คน ผลงานโดดเด่นจนไม่มีใครไม่รู้จัก

อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงในวงการสีกากีตอนนี้ ต้องถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตา เมื่อทั้ง 2 ตัวเต็ง กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ทั้งคู่

เริ่มจาก “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ปมร้อนจากการถูกเข้าค้นบ้านพักย่านวิภาวดี หลังทีมงานเข้าไปพวัพันกับเส้นทางการเงินของเว็บพนันออนไลน์ ถือเป็นเหตุที่ดิสเครดิตอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" อดีต ผบ.ตร. ถึงกับบอกว่า "เป็นการชกใต้เข็มขัด"

รวมทั้ง อดีตคณะทำงานของ “บิ๊กโจ๊ก” ที่เพิ่งถูกถอนออกมาจากคดี"กำนันนก" ถูกดำเนินคดีข้อหาหนัก !!

ขณะที่ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล มือปราบสายธรรมะ กลับมาปรากฎในสื่อฯ เมื่อเกิดคดีลูกน้องกำนันนก ปลิดชีพ“สารวัตรแบงค์” กระทั่งในเวลาต่อมา“ผู้กำกับเบิ้ม” พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง ปมเสียใจที่โทรเรียกสารวัตรแบงค์มาร่วมงาน โดยทราบกันดีว่าผู้กำกับเบิ้ม ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ “บิ๊กต่อ” รักมาก

คดีกำนันนก เปรียบเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ในช่วงแรก“บิ๊กโจ๊ก”กำกับดูแล ส่งทีมงานเข้าทำงานอย่างเต็มกำลัง กระทั่งมีการเตรียมแจ้งข้อหาเอาผิดนายตำรวจนับสิบนายที่อยู่ในงานเลี้ยงเลือด แต่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เมื่อ“บิ๊กเด่น” ผบ.ตร. มีคำสั่งโอนการทำคดีฆาตรกรรมไปอยู่ที่ ตำรวจสอบสวนกลาง ส่วน“บิ๊กโจ๊ก”ดูแลคดีฮั้วประมูลของกำนันนกเท่านั้น

ถือเป็นปมร้อนแรงในช่วงโค้งสุดท้าย ในการชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ของทั้ง 2 แคนดิเดต
ชี้ชะตา 27 ก.ย.นี้ นายกฯนั่งหัวโต๊ะ \"ก.ตร.\"เคาะ\"ผบ.ตร.\"คนที่ 14
ในขณะที่ 2 แคนดิเดต“บิ๊กรอย” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ และ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ต่างก็มีโอกาสได้รับการพิจารณา รั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. คนที่ 14 ไม่น้อย เนื่องจากต่างมีผลงานที่ไม่ด้อยไปกว่า 2 คนแรกที่กล่าวถึง 

“บิ๊กรอย” เคยนั่งแท่น ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำทีมปราบปรามภัยทางออนไลน์ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน รวมทั้งรับผิดชอบศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง , ศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) และศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) (ศบตอ.ตร.)

ภารกิจสำคัญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ได้รับมอบหมายให้ไป รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 คุมพื้นที่สีแดง แก้ไขปัญหาบ่อนพนันภาคตะวันออก

ขณะที่ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นหัวหน้าศูนย์ป้องกับและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.), และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) 

ก่อนหน้านี้เมื่อโลกโซเชียลตั้งข้อสงสัยกรณี ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา และข้าราชการตำรวจรายอื่นๆ ของหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ และบุคคลที่บรรจุ หรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.) ทำให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลหลักสูตรดังกล่าว รวมไปถึงกฎระเบียบอื่นๆ ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)​ และหลักสูตรอื่นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสอดรับกับ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ฉบับใหม่

ต้องตามลุ้น 4 แคนดิเดต “ผบ.ตร.” คนที่ 14 จึงต้องมาตามลุ้นกันว่า “ตัวเต็ง”จะได้รับการแต่งตั้งตามคาด หรือ ก.ตร. จะหักปากกาเซียน เลือกแคนดิเดตคนอื่น นั่งเก้าอี้ประมุขสีกากีคนใหม่ ไม่เกิน 27 ก.ย.นี้ คงได้รู้กัน!!
ชี้ชะตา 27 ก.ย.นี้ นายกฯนั่งหัวโต๊ะ \"ก.ตร.\"เคาะ\"ผบ.ตร.\"คนที่ 14

logoline