และจัดการอบรมรุ่นที่ 3 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ได้บุคคลต้นแบบทางการเงินจำนวน 1 คน บุคคลต้นกล้าทางการเงิน 2 คน โดยการอบรมแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ ในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นกว่า 76,000 บาท มีเงินออมเพิ่มขึ้นกว่า 150,000 บาท และมีหนี้สินลดลงกว่า 580,000 บาท ทำให้ ในปีนี้มี บุคคลต้นแบบทางการเงินทั้งสิ้นจำนวน 3 คน และบุคคลต้นกล้าทางการเงินทั้งสิ้นจำนวน 17 คน ซึ่งได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลในวันนี้
คุณสุมนา กล่าวว่า การดำเนินโครงการ Money Management & Investment ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ได้รับการยกระดับให้เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้มีการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมแม่บ้านตำรวจ กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2568 เพื่อให้การดำเนินโครงการมีความต่อเนื่องและชัดเจน ในนามของสมาคมแม่บ้านตำรวจ
ต้องขอขอบคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่เคียงข้างช่วยให้ครอบครัวตำรวจ ได้รับโอกาสดีๆ มีความหวัง มีพลังชีวิต โดยบุคคลต้นแบบและต้นกล้าทุกคนคือตัวแทนของความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งในอนาคตสมาคมแม่บ้านตำรวจมีแผนที่จะพัฒนาต่อยอดบุคคลกลุ่มนี้ ให้สามารถมีบทบาทในการสร้างศรัทธา เป็นพี่เลี้ยงประจำโครงการ ช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจได้
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ดีใจและยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมแม่บ้านตำรวจ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการจัดโครงการอบรมส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการการจัดการหนี้สินให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวรู้จักวางแผนบริหารการเงิน รู้วิธีจัดการหนี้สิน วางแผนชีวิตของตนเอง ได้แบบมีทิศทาง เป็นเส้นทางที่จะทำให้มีชีวิตที่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ
ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกท่าน โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วย ได้ช่วยกันดูแลและเข้าถึงปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขบรรเทา วันนี้ข้าราชการตำรวจโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราต้องเห็นคุณค่าของโอกาสนี้ และช่วยกันขยายโอกาส ขยายโครงการนี้ไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อให้ลูกน้องเรามีชีวิตที่ดีขึ้น ส่งผลให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีต่อไป
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า เราพยายามจะแก้ไข และให้ผู้บังคับบัญชาของแต่ละพื้นที่ลงไปดูแล ต้องยอมรับว่าตำรวจก็เป็นข้าราชการหน่วยหนึ่งที่มีหนี้เยอะ และมีการถูกฟ้องล้มละลาย การแก้ปัญหาหนี้สินจะต้องแก้ไขในหลายมิติ ทั้งการรีไฟแนนซ์ หรือใช้สหกรณ์ไปช่วย และให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละหน่วยงานไปพูดคุยกับสถาบันทางการเงิน ที่เขาเป็นหนี้ เช่นธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย หรือสหกรณ์ต่างๆ เพื่อมาปรับวงเงินหรือมีการพักชำระหนี้ต่างๆ จะต้องแก้ไขในระดับผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ปล่อยให้ข้าราชการตำรวจไปคุยกับเจ้าหน้าที่เอง ผลสำเร็จจะน้อย
โครงการนี้เป็นโครงการที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เรื่องการบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างเป็นระบบ (Money Management) ปีนี้ได้มีการขยายมา 3 รุ่น และมีแผนขยายโครงการต่อ เนื่องจากอยากจะเห็นภาพตำรวจมีความรู้ด้านการใช้เงิน มีการวางแผนการเงิน ผู้ที่รับรางวัลบางคนก็ยังมีหนี้อยู่ แต่เขารู้แล้วว่าจะต้องแก้ไขปัญหาหนี้อย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จคิดว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่จะขยายต่อของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ และตลาดหลักทรัพย์จะทำต่อในปีต่อๆ ไป
ปีนี้จังหวัดที่นำร่องและทำได้ดีคือจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีการขยายไปยังทุกจังหวัด โดยนำบุคคลต้นแบบไปเป็นตัวอย่าง เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ในการพูดคุยกับผู้ร่วมโครงการซึ่งเป็นตำรวจด้วยกันให้เห็นภาพว่าแก้ปัญหาได้อย่างไร เชื่อว่าข้าราชการตำรวจจะมีวิธีการรับมือกับการใช้ชีวิตด้านการเงินได้ดีขึ้น